ะบุกออกไปนั้นเสี่ยงเกิน”กวนไจ้ขมวดคิ้ว เขาหันไปจ้องจั่วชิงอยู่นาน แล้วกล่าวอย่างทึ่งๆ “สมแล้วที่เป็นคนของเยี่ยฟ่าน ทุกคนมีความคิดลึกซึ้งจริงๆ”จั่วชิงยิ้มอย่างจนใจ “เมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ ก็ต้องมองให้ไกลกว่าคนทั่วไป เพราะหากการตัดสินใจของเราผิดพลาด ผลที่ตามมาต้องเป็นภาระของทั้งต้าเซี่ย……”“แล้วความเห็นของนายคือ เราแค่ป้องกันก็พอ?”“พวกเทพต่างแดนสามารถควบคุมสิ่งลี้ลับจำนวนมากให้รวมตัวกันบุกรุกต้าเซี่ยได้จริง แต่สิ่งลี้ลับรอบต้าเซี่ยก็มีจำกัด การบุกเมื่อครึ่งปีที่แล้ว บวกกับครั้งนี้ สิ่งลี้ลับในหมอกชายแดนต้าเซี่ยคงถูกใช้จนหมดแล้ว……เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเข้าไปในหมอกเพื่อต่อสู้กับเทพต่างแดน เราแค่ฆ่าสิ่งลี้ลับทั้งหมดที่นี่ ในระยะสั้นพวกเขาก็จะไม่สามารถระดมกำลังบุกครั้งใหญ่ได้อีก กว่าพวกเขาจะนำสิ่งลี้ลับจากที่อื่นในหมอกมาบุกครั้งที่สาม ป้อมปราการของเราก็จะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว”กวนไจ้ดึงปีกหมวกลงเล็กน้อย หรี่ตามอง “ฉันเข้าใจความหมายของนายแล้ว”เขาชี้ไปยังกองทัพสิ่งลี้ลับที่กำลังคำรามอยู่ด้านล่าง กล่าวว่า “ฆ่าให้หมด?”“ใช่”……หลินชีเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางวงเวทย์มากมาย ราวกับรู้สึกถึงบางสิ่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าภายใต้เมฆหมอกมืดครึ้มร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาสวมหมวกแก๊ป ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน เสื้อเชิ้ตลายสก็อตบนร่างของเขาพลิ้วไหวตามแรงลมแรงบนที่สูง ดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองสนามรบอันวุ