กหกวินาทีนะ”“หกวินาที? นายนี่เร็วเกินไปแล้ว” หน่วยพิทักษ์ราตรีอีกคนที่อยู่ข้างๆ หัวเราะ “ฉันทนได้แปดวินาที!”“ฉันทนได้เก้าวินาที!”“พวกนายแค่นี้เองเหรอ? ฉันจะอยู่รอดถึงคนสุดท้ายแน่ ถึงจะต้องยืนตาย ฉันก็จะไม่ยอมให้พวกมันผ่านไปได้!”“เฮอะ พูดโม้ใครๆ ก็ทำได้ ถ้านายยืนได้จนถึงที่สุดจริงๆ ชาติหน้าฉันจะขอเกิดเป็นลูกนายเลย”“อะไรนะ? นายพูดเองนะ!”ท่ามกลางพายุฝนและลมแรง หน่วยพิทักษ์ราตรีทั้งสี่คนถือดาบตรงและเหรียญตราไวเแน่น พวกเขาพูดคุยหยอกล้อกันราวกับเด็กหนุ่มข้างบ้านโฮก!!เสียงคำรามของสัตว์ร้ายยักษ์ดังมาถึงเบื้องหน้าพวกเขา รอยยิ้มบนใบหน้าทุกคนค่อยๆ จางหายไป สายตาจับจ้องไปที่เหรียญตราสัญในมืออย่างจริงจังและศรัทธาพวกเขาสูดหายใจ กดเข็มเล็กๆ บนเหรียญตราออกมา แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก“หากรัตติกาลพึงมาเยือน……”ฟิ้ว!!ประโยคที่สองยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา เหรียญตราในมือของพวกเขาพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลุดออกจากมือด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ก่อนจะพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าอันมืดมิด!“???”หน่วยพิทักษ์ราตรีทั้งสี่มองดูฝ่ามือที่ว่างเปล่าของตน ก่อนจะสบตากันเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงนเกิดอะไรขึ้น?เหรียญตราของฉันหายไปไหน?ฟางจั่วเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย แล้วอุทานเบาๆก่อนหน้านี้เนื่องจากคลื่นยักษ์บดบังท้องฟ้า ทำให้ทั่วทั้งบริเวณมืดมิด อีกทั้งความกดดันจากการเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์ร้าย ทำให้พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็น……ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ท