ะอุปกรณ์ทั้งหมดทำงานเป็นปกติหรือไม่ และถึงแม้จะมียอดมนุษญ์มาด้วยตัวเอง พวกเราก็ต้องคอยระวังสถานการณ์ที่ชายแดนหมอกตลอดเวลา ห้ามประมาท”“ครับ”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากัน ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าในเงาสะท้อนของหน้าต่างสำนักงาน มีร่างสีเงินลอยผ่านไปอย่างเงียบๆโลกกระจกผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ในชุดคลุมสีเงิน ‘ภัยพิบัติกระจก’ เดินเอามือล้วงกระเป๋า ภายในป้อมเฉินหลงที่ไร้ผู้คน เขาชำเลืองมองหน่วยพิทักษ์ราตรีสองคนที่กำลังสนทนากันในกระจกแวบหนึ่ง แล้วก็หันไปมองที่อื่นเขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าคนสองคนนี้กำลังพูดอะไรกันเพราะเขาไม่เข้าใจตอนนี้ในสายตาของเขา มีเพียงป้อมปราการเหล็กกล้าขนาดมหึมานี้เท่านั้นภัยพิบัติกระจกเดินทั่วทั้งด่านเฉินหลง สุดท้ายก็ก้าวขึ้นไปบนกำแพงเหล็กกล้า มองไปยังขอบหมอกที่ม้วนตัวอยู่ไกลๆ ขมวดคิ้วพึมพำด้วยความสงสัย“จากมุมมองทางเทคโนโลยีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารหรือระดับของปัญญาประดิษฐ์ก็ไม่ได้สูงนัก แต่พลังอาวุธสงครามกลับเหนือกว่าระดับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาก……มีอาวุธที่น่ากลัวขนาดนี้ แต่กลับมีคนประจำการอยู่แค่ไม่กี่คนที่นี่ใช้ทำอะไรกันแน่? ป้อมปราการนี้……กำลังป้องกันอะไรอยู่?”ภัยพิบัติกระจกคิดอยู่นาน ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาส่ายหัวแล้วปัดความคิดเหล่านี้ไปด้านข้าง“แต่ป้อมปราการสำคัญที่มีการป้องกันเข้มงวดขนาดนี้ กลับมีแมลงตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอแค่ไม่กี่ตัวคอยเฝ้าอยู่ นี่แสดงว่าประเทศนี