ในช่วงเวลานั้น ทุกครั้งที่ไป๋หลี่พั่งพั่งใช้ผนึกต้องห้ามเพราะเรื่องบางอย่าง มันจะดึงดูดไรจูให้ปรากฏตัว เขาจึงถือโอกาสนั้นแกล้งมันตลอด อาจกล่าวได้ว่าสามวันแกล้งครั้งเล็ก ห้าวันแกล้งครั้งใหญ่ จนขนหางของไรจูแทบจะร่วงหมดแล้วและทุกครั้งที่ไรจูจะลงทัณฑ์สวรรค์ เขาก็ใช้พลังปลดอาวุธ ดึงหางของมัน ทำให้การโจมตีของมันพลาดเป้า นานวันเข้า ไป๋หลี่พั่งพั่งก็กลายเป็นอันดับหนึ่งในบัญชีดำของไรจูไป๋หลี่พั่งพั่งไม่สงสัยเลยว่า ถ้าไรจูสามารถกระโดดลงมาจากเมฆได้จริง มันคงจะเหยียบเขาให้ตายเป็นคนแรกแน่นอน“ไม่ได้หนักหนาขนาดนั้นหรอกมั้ง?” เฉาเยวียนเงยหน้ามองไรจู “ฉันว่านะ ก่อนหน้านี้นายยั่วยุมันขนาดนั้น มันยังไม่ลงมาจากเมฆเลย คราวนี้ก็คงไม่ลงมาหรอก……”ฟิ้ว!เฉาเยวียนยังพูดไม่ทันจบ บนกลุ่มเมฆที่เต็มไปประจุไปฟ้า สัตว์ยักษ์สีน้ำเงินเข้มตัวนั้นก็ออกแรงทั้งสี่ขาอย่างแรงพาสายฟ้าและพายุขนาดมหึมาพุ่งลงมายังโลกมนุษย์อย่างรวดเร็วพร้อมเสียงคำรามกึกก้อง!เฉาเยวียนยืนอึ้งอยู่กับที่“แย่แล้ว” สีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งแข็งทื่อ “ไอ้นั่น……ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรับมือไหวนะ”…………ณ สถานที่แห่งหนึ่งในโตเกียวลุงเคียวซูเกะเดินผ่านถนนร้างที่ไร้ผู้คน มาถึงหน้าลานแห่งหนึ่ง เขายื่นมือไปสัมผัส [ฮิโตมิ] ที่เอวของเขา แสงสีทองอ่อนก็วาบขึ้นมาจากใบมีดในพื้นที่ว่างเปล่า บ้านหลังเล็กๆ ปรากฏขึ้นอันชิงอวี๋เห็นภาพนี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจนี่