ร่างกายชะงักกึก สูดลมหายใจเฮือกใหญ่“นายเป็นอะไรไป?” เฉาเยวียนที่ออกจากสภาวะคลุ้มคลั่งไปแล้ว เสียบดาบตรงกลับเข้าฝัก เห็นสีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งเปลี่ยนไป จึงถามอย่างสงสัยไป๋หลี่พั่งพั่งเงยหน้ามองสัตว์ประหลาดสีน้ำเงินเข้มที่ลุกขึ้นยืนบนก้อนเมฆ สีหน้าของเขาดูแข็งทื่อไปบ้าง กลืนน้ำลายเสียงดังอึก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย“แย่แล้ว……ทำไมมันถึงจะลงมาแล้วล่ะ?”“ใครกัน?”“ไอ้จิตวิญญาณอาวุธนั่น!”ไป๋หลี่พั่งพั่งชี้ไปยังไรจูที่กำลังจะกระโดดลงมาจากก้อนเมฆ แล้วกล่าวว่า “แต่ก่อนไม่ว่าฉันจะแหย่มันยังไง มันก็แค่ซ่อนตัวอยู่บนเมฆไม่ขยับเขยื้อน อย่างมากก็แค่ถ่มน้ำลายลงมาบนพื้น…บรรพบุรุษ! ทำไมมันถึงจะลงมาจากเมฆล่ะ?! ก่อนหน้านี้ฉันจับหางมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง……ถ้ามันลงมาคราวนี้คงจะมาเอาเรื่องกับคุณชายน้อยอย่างฉันเป็นคนแรกแน่ๆ!”ตอนนี้ไป๋หลี่พั่งพั่งรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อเขามาถึงประเทศนี้ครั้งแรก พอใช้พลังต้องห้ามก็พบการมีอยู่ของไรจู แต่หลังจากที่เขาพบว่าไรจูนั้นเป็นวิญญาณเครื่องรางสวรรค์ เรื่องราวก็เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่แปลกประหลาด……พลังปลดอาวุธทุกสรรพสิ่งของเขาสามารถใช้ได้ผลกับวิญญาณเครื่องรางสวรรค์ของกระจกยาตะแม้จะไม่สามารถทำร้ายมันได้ แต่ทุกครั้งที่ไป๋หลี่พั่งพั่งใช้พลังปลดอาวุธ ก็เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นขนาดใหญ่กระชากหางของไรจูอย่างกะทันหัน ทำให้อีกฝ่ายโกรธจนกระโดดโลดเต้นครั้ง