เฉาเยวียนกวาดตามองผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าซีดเซียว เขาวางมือลงบนด้ามดาบอย่างใจเย็นฝ่ามือบีบแน่น ดาบถูกชักออกมา!ชิ้ง!เมื่อดาบถูกชักออกมา เปลวเพลิงอำมหิตสีดำลุกโชนขึ้นในดวงตาของเฉาเยวียน ในพริบตาก็ปกคลุมทั่วร่างของเขา พลังอำมหิตที่เหลือกลายเป็นเสื้อคลุมราชาสีดำสนิทที่ลุกโชนอยู่ด้านหลังเขาดุร้าย โหดเหี้ยม แต่เปี่ยมด้วยบารมีอันเกรียงไกรท่ามกลางสายฝน เขาถือดาบด้วยมือขวา สวมเสื้อคลุมพลังอำมหิต ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำดั่งโลหิต!มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ราวกับกำลังพยายามควบคุมรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว แต่การข่มกลั้นนี้กลับไม่ได้ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ ตรงกันข้าม มันกลับทำให้รู้สึกขนลุกขนพอง!ในชั่วขณะที่สัมผัสได้ถึงพลังนี้ ทุกคนที่อยู่บนจานบินสีเงินพลันสั่นสะท้านผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะรูปลักษณ์ของเฉาเยวียน ทำให้พวกเขานึกถึงฝันร้ายเมื่อสองปีก่อนตอนที่ถูกเฉาเยวียนที่กลายเป็นปีศาจบดขยี้ลงกับพื้น แม้ว่าตอนนี้กลิ่นอายของเฉาเยวียนจะอ่อนแอกว่าตอนนั้นมาก แต่บาดแผลทางจิตใจก็ยังคงอยู่ส่วนพวกหลินชีเยี่ยรู้สึกสั่นสะท้านเพราะ…แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเฉาเยวียนนั้นอยู่ในขั้น ‘พิภพ’เขา… ทะลวงขีดจำกัดแล้วงั้นเหรอ?ในบรรดาทุกคน มีเพียงอันชิงอวี๋ที่ไม่รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้เขาจ้องมองเฉาเยวียนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือดาบ ในขณะที่พลัง