ร่างกายเคลื่อนไหวราวกับภูตผีผ่านป่าทึบ เขาก้มลงมองแผ่นป้ายในมือดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยแผ่นป้ายนี้คือกุญแจสู่ ‘การซ่อนเร้น’ ของฟุรุฮาระ โยชิกิ เมื่อถือไว้ในมือ หลินชีเยี่ยจึงจะสามารถค้นพบบ้านลับที่ซ่อนอยู่ในภูเขาได้เหมือนก่อนหน้านี้เมื่อแสงจากแผ่นป้ายกะพริบ บ้านโบราณหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในป่าทึบเบื้องหน้าราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี ดูลึกลับอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน การรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ยก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของบ้านหลังนี้ เขาเก็บแผ่นป้ายไว้ในอก เท้าทั้งสองออกแรงเหยียบพื้น วิ่งอย่างรวดเร็วไปที่หน้าประตูใหญ่ แล้วเคาะประตูตึก ตึก ตึก!!!เวลาเร่งรีบ เสียงเคาะประตูของหลินชีเยี่ยจึงดังและร้อนรนมาก ครู่ต่อมา ประตูใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกฟุรุฮาระ โยชิกิร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ มีรอยคล้ำใต้ตาสีดำที่ปกคลุมเกือบครึ่งใบหน้า กำลังจ้องหลินชีเยี่ยที่ยืนอยู่หลังประตูตาเขม็ง“เคาะประตูเร่งรีบขนาดนี้ ฉันนึกว่าผีร้ายมาเอาชีวิตซะอีก” ฟุรุฮาระ โยชิกิที่ดูเหมือนซอมบี้เห็นหลินชีเยี่ยยืนอยู่หลังประตู จึงตบอกพลางพูด“ขอโทษครับ ผมมีเวลาจำกัด” หลินชีเยี่ยยิ้มอย่างจนใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน “ซ่อมดาบเสร็จแล้วหรือยังครับ?”“ซ่อมเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เข้ามาสิ”ฟุรุฮาระ โยชิกิมองดูนอกบ้าน เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอื่น จึงปิดประตูใหญ่เขากวาดตามองดาบ [อาเมะคูซูเระ] ที่เอวของหลินชีเยี่ย แล้วถามอย่างสงสัย“ทำไมนายถือ [อาเมะคูซูเระ