่ก็คิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า“ได้”……สิบนาทีต่อมาเสิ่นชิงจู่ถูกอิโมริ ยูพาไปยังลานกว้างแห่งหนึ่งในยามดึก ลานกว้างแห่งนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน บางคนเป็นสมาชิกแก๊งเงามรณะที่ไปชายหาดกับขบวนรถวันนี้และได้พบเสิ่นชิงจู่แล้ว บางคนก็เป็นสมาชิกที่ไม่เคยพบเสิ่นชิงจู่มาก่อน รวมกันแล้วมีประมาณสามร้อยกว่าคนผู้ชายสามร้อยกว่าคนยืนเบียดเสียดกันในลาน ทำให้พื้นที่ดูคับแคบ แต่สมาชิกเหล่านี้ไม่มีใครบ่นแม้แต่น้อย พวกเขาเข้าแถวเป็นระเบียบ ยืนตัวตรง ราวกับทหารที่กำลังรอการตรวจพลเมื่อร่างในชุดคลุมลายเมฆปรากฏบนเวทีสูงหน้าลาน สายตาทุกคู่พลันเปล่งประกายขึ้นมา!“ขอคารวะบอสใหญ่!!!”เสียงของคนสามร้อยกว่าคนดังก้องไปทั่วท้องฟ้า พร้อมกับโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเสิ่นชิงจู่ยืนอยู่บนเวทีสูง มองร่างที่โค้งคำนับทั้งสามร้อยกว่าคน เขาชะงักไปชั่วขณะสมาชิกแก๊งเงามรณะค่อยๆ ยืดตัวขึ้น มองเสิ่นชิงจู่ด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ต่างก็รอฟังคำพูดของเขาเสิ่นชิงจู่นิ่งเงียบเขาไม่คิดเลยว่า การมาที่นี่วันนี้ จะเป็นการกล่าวปราศัยให้กับสมาชิกแก๊งเงามรณะ……เขาไม่เคยพูดปลุกใจ ยิ่งไม่รู้จักภาษาญี่ปุ่น เขาเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตากวาดมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของทุกคนถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะแค่นเสียงเย็นชา แล้วเดินลงจากเวทีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำแต่วันนี้ เขาไม่อยากทำแบบนั้นดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนพวกนี้ล้วนเป็