ว่าจะไปที่ไหน พวกเธอก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ จ้องมองเขาพลางพูดคุยกันเบาๆ“เด็กผู้ชายคนนั้นหล่อจังเลย!”“ใช่ หล่อกว่าดาราในทีวีอีก เขาจะเป็นดาราด้วยรึเปล่านะ?”“ไม่น่าใช่นะ ถ้าเป็นดาราที่หล่อขนาดนี้ ฉันต้องเคยได้ยินชื่อสิ!”“ผมสีขาวของเขาสวยจัง เป็นของจริงหรือเปล่านะ?”“ต้องเป็นวิกแน่นอน สมัยนี้ไม่มีเด็กผู้ชายคนไหนไว้ผมแบบนี้หรอก แถมเธอไม่เห็นหรอว่าเขายังใส่คอนแทคเลนส์ด้วย?”“หน้าตาหล่อเหลาจริงๆ แต่ผอมไปหน่อย จะเป็นโรคขาดสารอาหารรึเปล่า?”“……”ใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นสีส้มอมเหลือง ลุงเคียวซูเกะก้าวเดินอย่างช้าๆ มองเด็กหนุ่มผมขาวที่วิ่งนำหน้าไปอย่างร่าเริงด้วยรอยยิ้ม ค่อยๆ เดินไปยังปลายถนน เงาของพวกเขาทอดยาวบนพื้นถนนลาดยางสิบกว่านาทีต่อมายูริ ทากิชิโระใช้กุญแจเปิดประตู ถอดรองเท้า อุ้มกล่องเกมวิ่งเข้าไปในห้องเช่า รีบเปิดโทรทัศน์แล้วใส่ตลับเกมเข้าไปในเครื่องอย่างใจร้อนส่วนลุงเคียวซูเกะถือถุงของสดเข้าไปในครัว พับแขนเสื้อเตรียมทำอาหาร“ลุงครับ มานั่งด้วยกันสิ! เกมภาคต่อนี้เราก็รอมานานแล้วไม่ใช่เหรอ? เล่นกันสักพักก่อนแล้วค่อยกินข้าวกันนะ!”ยูริ ทากิชิโระเสียบจอยสติ๊กสองอัน นั่งลงบนเบาะนุ่มๆ หยิบจอยสติ๊กอีกอันขึ้นมาโบกให้ลุงเคียวซูเกะ“นายเล่นไปก่อนเถอะ ฉันทำอาหารให้เสร็จก่อน กินข้าวเสร็จแล้วค่อยเล่นด้วยกัน” ยูริ ทากิชิโระยักไหล่ เขาจำต้องหยิบจอยสติ๊กของตัวเองขึ้นมา แล้วเริ่มควบคุมเกมบนหน้าจอลุงเคียวซูเ