[นั่นคือคุณเฉาเยวียนเหรอ?] เจียงเอ่อร์ขมวดคิ้วมองร่างเลือนรางที่เดินออกมาจากเปลวเพลิงสีดำ พูดอย่างไม่แน่ใจ [ทำไมเขาถึงกลายเป็นแบบนี้…]“หลังจากการลงทัณฑ์จากสวรรค์ ร่างกายของเขาถูกหลอมละลายไปสองในสาม อวัยวะสำคัญอย่างสมองและหัวใจทั้งหมดกลายเป็นเถ้าถ่าน ตามหลักแล้วเขาไม่น่าจะมีชีวิตรอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำลายเมืองทั้งเมือง” อันชิงอวี๋ดันแว่นตา วิเคราะห์อย่างใจเย็น“เสาเพลิงสีดำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น เหมือนกับเปลวเพลิงอาฆาตที่ปล่อยออกมาหลังจาก [ราชันทมิฬล้างผลาญ]ของเขาคลั่ง การที่เขาสามารถมีชีวิตรอดในสภาพแบบนั้น และฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าก็เป็นเพราะผนึกต้องห้ามนี้……”[คุณเฉาเยวียนแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?] เจียงเอ่อร์อดไม่ได้ที่จะถาม [เขาทำลายเมืองทั้งเมือง และยังฆ่าผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ไปมากมาย นี่มันใกล้เคียงกับขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์แล้วไม่ใช่เหรอ?]“นั่นไม่ใช่เฉาเยวียน” อันชิงอวี๋พูดอย่างมั่นใจ “เฉาเยวียนจำเรื่องหลังจากการลงทัณฑ์ของสวรรค์ไม่ได้เลย และฉันก็ได้ตรวจร่างกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ในร่างกายของเขาไม่มีพลังในระดับนั้นเลย……พลังนั้นมาจากตัว [ราชันทมิฬล้างผลาญ] เอง”[ผนึกต้องห้ามงั้นเหรอ? แต่นั่นก็แค่ความสามารถอย่างหนึ่งไม่ใช่เหรอ? จะมีจิตสำนึกของตัวเองได้ยังไง?]“ผนึกต้องห้ามก็แค่ความสามารถอย่างหนึ่ง นั่นถูกต้อง แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่า [ราชันทมิฬล้างผลาญ] ไม่ได้เป็