ชีเยี่ยคงไม่สบายใจแน่ วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเปิดประตูบานนี้ดูหลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก ก้าวเดินไปที่หน้าประตูพระราชวัง แม่น้ำแสงเหนือที่เหมือนริบบิ้นไหลผ่านร่างของเขาปล่อยกลิ่นอายลึกลับราวกับห้วงฝัน“พวกคุณถอยไปก่อน” หลินชีเยี่ยลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับคนทั้งสองเขาเพิ่งหันกลับมาก็พบว่าอามามิยะ ฮารูกิและเว่ยตงถอยห่างออกไปร้อยเมตรตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และเว่ยตงยังชูนิ้วโป้งให้เขาอีกด้วยหลินชีเยี่ย “…”เด็กหนุ่มมุมปากกระตุกเล็กน้อย หันกลับไปมองประตูใหญ่ของพระราชวังตรงหน้า วางฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้นผิวของมัน แล้วออกแรงผลัก!เอี๊ยด!!เสียงดังก้องบนเมฆสีฟ้าคราม ประตูใหญ่ของพระราชวังโบราณค่อยๆ เปิดออก แสงเหนือที่ไหลออกมาจากช่องประตูก็เหมือนกับก๊อกน้ำที่ถูกเปิดออก แสงสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมหลายเท่า!หลินชีเยี่ยยืนอยู่ตรงนั้น เขามองเข้าไปข้างใน ทั้งร่างพลันชะงักอยู่กับที่แสงเหนือสีฟ้าอันไร้ที่สิ้นสุดโอบล้อมพื้นที่กว้างใหญ่ภายในพระราชวังราวกับดินแดนเนรมิต ทำให้ทั้งพื้นที่ดูเหมือนภาพลวงตา ตรงกลางพระราชวัง ร่างอ้วนท้วนนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ใต้ร่างของเขาคือเบาะรองนั่งสีขาวบริสุทธิ์ และเบาะรองนั่งนั้นก็คือแหล่งกำเนิดของแสงเหนือทั่วทั้งห้องไม่เพียงเท่านั้น รอบๆ ร่างที่นั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่งนั้น ยังมีวัตถุต้องห้ามลอยอยู่มากมาย มีทั้งแหวนสีเขียวผ้าคลุมขาดวิ่น เขาแกะที่แตกหัก……ที่ขอบนอกของ