นี้ก็ไม่อาจคาดเดาได้ ในตอนนั้น พวกเขาก็จะเป็นแค่ผู้ลี้ภัยที่เสียสติห้าสิบล้านคนหลังจากผ่านไปนาน อามามิยะ ฮารูกิจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “เรื่องนี้……ผมจะหาวิธีเอง”เว่ยตงไม่ได้พูดอะไรมากมาย วิธีรับมือกับประชากรห้าสิบล้านคนนี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตภารกิจของเขา อามามิยะฮารูกิจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สนใจ ตราบใดที่มันไม่ขัดกับเขาก็พอขณะที่กำลังพูดคุยกัน ก้อนเมฆก็ทะลุผ่านสายธารแสงเหนือไปแล้ว บนขอบฟ้า ทิวเมฆสีน้ำเงินใสขนาดมหึมาลอยนิ่งอยู่กลางอากาศณ ใจกลางของก้อนเมฆนั้น มีพระราชวังเก่าแก่สีเทาอมฟ้าที่ผุพังตั้งตระหง่านอยู่ เสาหลักขนาดใหญ่ด้านนอกพระราชวังนั้นสึกกร่อนไปเกือบหมด ส่วนประตูพระราชวังสีดำสนิทถูกปิดตาย และแสงสีฟ้าอ่อนที่ไหลรินออกมาก็เล็ดลอดออกมาจากรอยแยกของประตูนั่นคือจุดสิ้นสุดของสายธารแสงเหนือหลินชีเยี่ยควบคุม [เมฆพลิกกาย] บินตรงไปยังกลุ่มก้อนเมฆสีน้ำเงินใสนี้ แล้วค่อยๆ ลอยลงไปไม่ทราบแน่ชัดว่าพระราชวังแห่งนี้สร้างจากวัสดุชนิดใด มันสามารถสกัดกั้นการรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ย ทั้งสามกระโดดลงจากก้อนเมฆ แล้วยืนบนกลุ่มก้อนเมฆสีน้ำเงินใสอย่างมั่นคง มีหินแผ่นหนาวางอยู่ระหว่างละอองหมอก ซึ่งรองรับน้ำหนักของพวกเขาได้