ถึงได้รู้ว่า หลินชีเยี่ยแข็งแกร่งขนาดไหนในกรณีที่ไม่มีเขตหวงห้าม……ส่วนจุดที่ทำให้เว่ยตงตกตะลึงนั้นแตกต่างจากอามามิยะ ฮารูกิ ในฐานะมนุษย์ที่หลุดพ้นจากหมอก เขาย่อมเข้าใจเรื่องผนึกต้องห้ามเป็นอย่างดี การที่หลินชีเยี่ยใช้พลังอย่างน้อยสี่แบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในคราวเดียว โดยที่ยังไม่ได้ชักดาบมากาตสึที่เอวออกมา นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน“นายไม่ใช่คนของแวดวงผู้เลื่อมใสในญี่ปุ่นใช่ไหม?” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยตงก็อดไม่ได้ที่จะถามแต่คราวนี้ เขาไม่ได้พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่เป็นภาษาจีนกลางเมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยที่กำลังถือดาบคู่วิ่งไปข้างหน้าพลันชะงัก เขาหันกลับมามองเว่ยตงอย่างรวดเร็วแล้วตอบเป็นภาษาจีนเช่นกัน “ชาวต้าเซี่ย?”มุมปากของเว่ยตงกระตุก ในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา!ชาวต้าเซี่ยสองคนใช้ภาษาญี่ปุ่นทดสอบกันอยู่นาน สุดท้ายก็เป็นพวกเดียวกัน?!“นายเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีเหรอ? อยู่หน่วยไหน? นายมาที่นี่ได้ยังไง?” หลินชีเยี่ยถามคำถามเป็นชุด“ฉันไม่ใช่หน่วยพิทักษ์ราตรี” เว่ยตงส่ายหน้า “ฉันมาจากสมาคมปีศาจ”“สมาคมปีศาจ?” หลินชีเยี่ยชะงักไปชั่วขณะ “ไม่เคยได้ยินเลย”“……”“สมาคมปีศาจก็คือ……” เว่ยตงพูดได้ครึ่งประโยคก็ก้มหัวลงอย่างฉับไว หลบหลีกหอกแหลมที่พุ่งเฉียดศีรษะของเขาไป เกือบจะแทงทะลุหัวของเขาเขาหันกลับไปมองด้านหลัง พบว่ารูปปั้นหินที่ฟื้นคืนชีพเจ็ดแปดตนกำลังไล่ล่า