การจัดการกับซุนหงอคงยังคงเป็นปัญหาที่ยากสำหรับหลินชีเยี่ยเขาไม่รู้ว่าท่านมหาเทพองค์นี้ได้ผ่านอะไรมาบ้าง ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ไม่สามารถสื่อสารได้ตามปกติ แม้แต่จะชวนมาร่วมโต๊ะอาหารก็ยังทำไม่ได้……การที่จะเปิดใจอีกฝ่ายได้ คงต้องค่อยๆ ละลายพฤติกรรมไปทีละนิดหลินชีเยี่ยถอนหายใจ“ใช่แล้ว คุณบรากี” หลินชีเยี่ยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปหาบรากีที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย “ช่วงนี้ได้คุยกับอิดุนน์บ้างไหมครับ? เป็นยังไงบ้าง?”บรากีวางถ้วยข้าวลง ยิ้มกว้างก่อนจะตอบว่า “ท่านผู้อำนวยการวางใจได้เลย พวกเรายังเขียนจดหมายหากันทุกคืน ข้าเล่าเรื่องราวชีวิตที่นี่ให้นางฟัง ส่วนนางก็เล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันของนางที่แอสการ์ดให้ฟัง พวกเราสัญญากันว่าจะพาท่านไปแอสการ์ดด้วยกัน นางอยากเลี้ยงผลไม้แห่งความเยาว์วัยที่ปลูกเองให้ท่านชิมด้วยล่ะ ดูเหมือนนางจะขอบคุณท่านมากเลยนะขอรับ”หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น พูดพร้อมรอยยิ้ม “งั้นผมก็ขอตั้งตารอเลยละกัน”เขามองเลยศีรษะของบรากี พบว่าแถบสถานะที่แสดงความคืบหน้าในการรักษาอยู่ที่ 79% ดูเหมือนว่าอาการของบรากีกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเมอร์ลินที่นั่งอยู่ข้างๆ นั้น พุ่งไปถึง 90% แล้ว ถ้าไม่นับเรื่องผมร่วง ก็ยังคงดูเป็นเทพแห่งเวทมนตร์ที่แข็งแรงอยู่ทว่าความเร็วในการฟื้นตัวของเมอร์ลินกลับสร้างความกังวลให้กับหลินชีเยี่ยเขากังวลว่าอีกไม่นาน เมอร์ลินอาจจะต้องออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้ไปเหมือนก