สมาชิกแก๊งเงามรณะยังคงล้อมพวกเขาไว้ สายตาดุดันพร้อมเข้าจู่โจม ท่าทางเช่นนั้น ทำให้คาเซมัตสึริ ทาคุยะอดหวั่นใจไม่ได้เขาคิดว่าคนพวกนี้อาจจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด จึงกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ผม คาเซมัตสึริ ทาคุยะ จากตระกูลคาเซมัตสึริแห่งโตเกียว ขอเข้าพบหัวหน้าใหญ่แก๊งเงามรณะ!”ทว่าสมาชิกแก๊งเงามรณะก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะขยับกายทาคุยะได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง “นี่พวกแกจะให้พบหรือไม่ให้พบก็พูดอะไรออกมาสักคำสิ? แค่ยืนล้อมพวกเราไว้แบบนี้ ไม่พูดไม่จา พวกแกต้องการอะไรกันแน่?”ในขณะที่ทาคุยะกำลังสับสน เสิ่นชิงจู่ที่แอบสังเกตการณ์อยู่ในล็อบบี้ชั้นหนึ่งก็หันหลังกลับ เห็นหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ กำลังเดินออกมาจากลิฟต์ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก“เกิดอะไรขึ้น” หลินชีเยี่ยเอ่ยถามอย่างสงสัย“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่ไม่ใช่กำลังรอพวกเราอยู่หรอกเหรอ” เสิ่นชิงจู่กระซิบข้างหูหลินชีเยี่ย “ถ้านายไม่ลงมาช่วยแปลให้ฉัน กลัวว่าพวกเขาคงจะเปิดศึกกันตรงนี้แน่”หลินชีเยี่ยมองไปที่คาเซมัตสึริ ทาคุยะที่หน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึมผุดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า“ไปกันเถอะ ออกไปพบพวกเขาดีกว่า”เสิ่นชิงจู่สวมเสื้อคลุมลายเมฆ เดินนำลูกน้องหน้าตาดีหลายคนออกจากตึกอย่างสง่าผ่าเผย ดวงตาสงบนิ่งจ้องมองคาเซมัตสึริ ทาคุยะที่ยืนขวางทางอยู่ แววตาของเขาดูสุขุมลุ่มลึก แ