ีดำออกมาจากกระเป๋า ปลายมีดเปล่งประกายแวววาว เขาย่อกายลง ใช้มีดผ่าตัดในมือกรีดลงบนโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของเฉาเยวียนเอาไว้ แสงสะท้อนจากคมมีดราวกับประกายแสงแห่งความหวัง เขาวิเคราะห์โครงสร้างโซ่ตรวนอย่างละเอียด ปลายมีดเคลื่อนไหวอย่างฉับไว บรรจงตัดโซ่ทีละข้อ คล้ายศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่กำลังทำการผ่าตัดใหญ่“นายฆ่าผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทุกคนจริงๆ เหรอ?” เฉาเยวียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปนความกังขา“ฆ่าหมด? อย่าพูดเกินไปสิ ฉันไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก” อันชิงอวี๋ส่ายหน้า “แค่ยึดบ้านของพวกนั้นแล้วเชิญพวกเขาออกไปเที่ยวข้างนอกเท่านั้นเอง”เฉาเยวียนได้ยินดังนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้างเขามองหน้าอันชิงอวี๋ด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มขมขื่น“ถ้ากลับไปถึงต้าเซี่ยแล้วนายไม่ได้เป็นรองหัวหน้าหน่วย ฉันจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอมแน่…”ทันทีที่สิ้นเสียง เจียงเอ่อร์ที่อยู่ข้างๆ รีบส่ายหน้า ขณะเดียวกันก็ขยับปากพึมพำอะไรบางอย่าง แต่เฉาเยวียนกลับไม่ได้ยินแม้แต่คำเดียว“ขอโทษที ลืมไปว่านายไม่มีหูฟังบลูทูธ”อันชิงอวี๋เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋า แล้วหยิบลำโพงบลูทูธขนาดเล็กออกมาวางไว้บนพื้น หลังจากเสียงสัญญาณดังขึ้น เสียงของเจียงเอ่อร์ก็ดังตามมา[คนที่ไม่ยอมคนแรกต้องเป็นฉันสิ ส่วนคุณเป็นได้แค่อันดับสอง] เสียงเจียงเอ่อร์ดังลอดออกมาจากลำโพงพร้อมกับสายตาที่จ้องมองเฉาเยวียนอย่างจริงจังเฉาเยวียนมองลำ