ีเหมือนกันนะ”“มีความสุขกันทั้งครอบครัว” หลินชีเยี่ยถือไอศกรีม เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอามามิยะ ฮารูกิยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาฉายแววเศร้าสร้อย“ครอบครัวนี้ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้”“นั่นสิ……” หลินชีเยี่ยมองตามพลางหัวเราะอย่างขมขื่น “หวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้รับความสุขจริงๆเสียที”ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น รถไฟเหาะก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง ลุงเคียวซูเกะจูงมือยูรินะลงมาจากรถแล้วเดินยิ้มแฉ่งมาหาหลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกิ“เตรียมไอศกรีมไว้ให้พวกเราด้วยเหรอ? อามามิยะ นายช่างใส่ใจจริงๆ” ลุงเคียวซูเกะรับไอศกรีมสองอัน แล้วส่งให้ยูรินะหนึ่งอัน“ขอบคุณพี่อามามิยะค่ะ”เด็กหญิงรับไอศกรีมมากินอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาทั้งสองข้างยิ้มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว“ดูเหมือนว่าฟ้าจะมืดแล้วนะ พวกเราควรกลับกันได้แล้ว” ลุงเคียวซูเกะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มลง เมฆหนาทึบหลายก้อนเริ่มบดบังแสงตะวัน “อีกสักพัก ฝนคงจะตก……”“จะกลับกันแล้วเหรอคะ?” ยูรินะดูเหมือนจะยังสนุกไม่เต็มที่ เธอเขย่ามือของลุงเคียวซูเกะพลางพูดอย่างน่าสงสาร “ปะป๊าขา ฉันอยากเล่นดรอปทาวเวอร์อีก ไปกับฉันอีกรอบนะคะ! เล่นเสร็จแล้วเราค่อยกลับบ้านกัน!”ลุงเคียวซูเกะมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้า “ได้ เล่นดรอปทาวเวอร์เป็นอย่างสุดท้ายก็แล้วกัน!”“ไปกันเถอะค่ะ!”ยูรินะคว้ามือลุงเคียวซูเกะ แล้วรีบวิ่งตรงไปยังเครื่องเล่นสูงตระหง่านในระยะไกล