คบลงเรื่อยๆ เหงื่อเย็นพลันผุดขึ้นที่ขมับของเสิ่นชิงจู่ วิกฤตชีวิตและความตายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผุดขึ้นในใจเขา เมื่อรู้สึกว่าแก๊งเงามรณะได้ถอนตัวไปเกือบหมดแล้ว เขาก็หยุดการทำงานของ[ลมตะกละ] ทันทีอากาศกลับคืนสู่สภาพปกติทว่าสายตานั้นยังคงค้นหาร่องรอยของเขาอยู่เสิ่นชิงจู่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น เข้าสู่สภาวะ ‘หนึ่งสองสามห้ามขยับ’ แบบเดียวกับหลินชีเยี่ยเมื่อผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงเห็นภาพนี้ มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้ม ค่อยๆ เดินมาหาเสิ่นชิงจู่อย่างไม่รีบร้อน“นาย……ให้ความสำคัญกับชีวิตของแมลงเหล่านี้จริงๆ เหรอ?” วงแหวนในดวงตาซ้ายล็อกเป้าหมายไปยังเสิ่นชิงจู่ที่ยืนนิ่งไม่ขยับ พลางพูดเรียบเฉย “สำหรับผู้บุกรุกอย่างนาย พวกเขาควรจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับนายเลยไม่ใช่เหรอ?”เสิ่นชิงจู่ไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ทำได้เพียงเอ่ยอย่างเย็นชาเป็นภาษาจีนว่า“ผู้ส่งสารของเทพเจ้า สังหารประชาชนของตัวเองแบบนี้เลยเหรอ?”ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงชะงัก ยืนนิ่งเงียบอยู่กับที่เขาพบว่าตนเองไม่เข้าใจสิ่งที่เสิ่นชิงจู่พูดในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ยอมสื่อสารกับตัวเอง……เดิมทียังคิดจะพูดคุยกับผู้บุกรุกคนนี้สักสองสามประโยค ตอนนี้เขาพบว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย จึงล้มเลิกความคิดนี้ และเตรียมจะจับกุมเสิ่นชิงจู่ แล้วพากลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วปรากฏเปลวเพลิงอ่อน