วยเหลือลูกน้องแก๊งเงามรณะ แต่ยังเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ ส่วนการโจมตีครั้งสุดท้าย เขาเตรียมเอาไว้ตลอดเวลาเสิ่นชิงจู่ตระหนักดีว่าการกระทำนี้เสี่ยงอันตราย แต่หากไม่ทำเช่นนี้ ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้ผนึกต้องห้ามเพียงอาศัย [ดาบแยกวิญญาณ] อย่างเดียว คงไม่มีทางเป็นคู่ต่อกรกับผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ได้……เสี่ยงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือ การพลิกสถานการณ์คับขันเขาก้าวผ่านอุปสรรคด้วยวิธีนี้มาโดยตลอดขณะที่เสิ่นชิงจู่เพิ่งถอนหายใจ วงแหวนสีแดงในดวงตาซ้ายของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงที่ยืนแข็งทื่อกลางถนนพลันสว่างวาบขึ้น[ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์หมายเลข 4 ขาดการเชื่อมต่อวิญญาณ ระบบ ‘ฮัตสึ’ เริ่มการควบคุมอัจฉริยะชั่วคราว ระบบป้องกันตนเองอัตโนมัติกำลังทำงาน…]เมื่อได้ยินเสียงนี้ เสิ่นชิงจู่ที่กำลังจะจากไปก็ชะงักลงทันทีในวินาทีต่อมา แสงไฟอันเจิดจ้าก็ปะทุขึ้นจากผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ชุดแดง ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า!ในขณะที่เปลวไฟกำลังจะกลืนกินเสิ่นชิงจู่ กิ่งไม้ก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พันร่างของเขาแล้วเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้าหลบการระเบิดของเปลวไฟที่สั่นสะเทือนฟ้าดินได้อย่างหวุดหวิดกิ่งไม้นี้พาเสิ่นชิงจู่ลอยไปไกล จนกระทั่งถึงยอดตึกแห่งหนึ่งจึงค่อยๆ ปล่อยเขาลง เสิ่นชิงจู่หันกลับไปมอง พบว่าด้านข้างมีเด็กหนุ่มรูปงามสวมชุดยูกาตะลายดอกไม้ยืนอยู่“โชคดีที่นายมา……” เสิ่นชิงจู่พูดด้วยร