็คงไม่รอดจากแรงระเบิดครั้งนี้แน่อามามิยะ ฮารูกิที่นั่งอยู่ข้างๆ มองเขาอย่างรู้ทัน ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับหลินชีเยี่ยแน่ๆ……เมื่อวานเพิ่งถามถึงตำแหน่งฐานทัพ วันนี้ก็บอกว่าฐานทัพนั้นถูกระเบิด จะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง?“ลุงเคียวซูเกะคะ ฉันทำความสะอาดครัวเสร็จแล้วค่ะ!” ยูรินะสวมผ้ากันเปื้อน ถือไม้ถูพื้นเดินออกมาจากครัวเช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วพูดกับเคียวซูเกะ“เสร็จแล้วเหรอยูรินะ มานั่งพักก่อนสิ” เคียวซูเกะยิ้มพลางตบที่นั่งข้างๆ ตัวเองยูรินะถอดผ้ากันเปื้อนแล้วนั่งลงข้างๆ เคียวซูเกะ ก่อนจะถอนหายใจออกมา ในตอนนั้นเองส้มที่ปอกเปลือกแล้วหลายลูกก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ“กินหน่อยสิ ส้มนี่หวานดีนะ” เคียววูเกะพูดด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะลุง”“ลุงเคียวซูเกะ ผมได้ยินมาว่าช่วงสองวันนี้ ย่านโดทงโบริไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นะครับ?” คินที่นั่งอยู่ข้างๆ นึกอะไรขึ้นมาได้ “ดูเหมือนจะมีพวกยากูซ่าก่อเรื่องไปทั่ว พวกนั้นไปค้นทีละร้าน เหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง…”“พวกเราก็เคยโดนยากูซ่าจับตามองไม่ใช่เหรอ? ก็แก๊งเงามรณะไง พวกนั้นยังให้อาซาบะกับอามามิยะไปรับใช้บอสใหญ่ด้วย”“ไม่เหมือนกันหรอก คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นพวกจากคันโตน่ะ”เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยกับอามามิยะ ฮารูกิขมวดคิ้วพร้อมกัน สบตากันแล้วเห็นความกังวลในดวงตาของอีกฝ่ายตระกูลซามุกาวะได้จับตามองย่านโดทงโบริ และกำลังค้นหาร่องรอยของหลินชีเยี่ยและยูริน