ือบจะล้อมรอบฐานที่มั่นเดิมของแก๊งโอนิบิไว้หมดแล้ว เหมือนกับป้อมปราการที่มีการป้องกันแน่นหนา การจะแทรกซึมเข้าไปอย่างเงียบๆ คงไม่ง่ายนักหรอก”อามามิยะ ฮารูกิครุ่นคิดครู่หนึ่ง “เราจะใช้ตำแหน่งอาชีพของเราแทรกซึมเข้าไปเหมือนตอนเข้าแก๊งเงามรณะได้ไหม?”“……คุณคิดว่าซามุกาวะ สึคาสะจะมีงานอดิเรกแบบนั้นเหรอ?”“ก็จริง” อามามิยะ ฮารูกิพูดอย่างลังเล “นั่นหมายความว่าเราต้องโจมตีจากด้านหน้าเท่านั้นสินะ?”“ถึงแม้จะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ถ้าเราบุกโจมตีโดยตรง ย่อมทำให้ซามุกาวะ สึคาสะระวังตัวมากขึ้น และเขาอาจจะใช้ดาบ [โคกุโจ] ปล่อยการโจมตีเป็นวงกว้างก็ได้” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “บางที เราอาจจะให้แก๊งเงามรณะบุกทะลวงจากด้านหน้าเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา จากนั้นเราก็บุกเข้าไปจากอีกทางหนึ่ง แล้วลงมือสังหาร”“ฟังดูไม่เลวนะ”“รอพรุ่งนี้เสิ่นชิงจู่มาเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วค่อยบอกเขาอีกทีละกัน”หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืน กำลังจะเปิดประตูออกไป แต่จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปมองอามามิยะ ฮารูกิ“จริงสิ ขอถามอะไรหน่อย”“อะไร?”“คุณรู้ไหมว่าฐานทัพที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?” หลินชีเยี่ยเสริม “ต้องเป็นฐานทัพที่มีอาวุธทำลายล้างสูงนะ ปืนใหญ่ขีปนาวุธอะไรพวกนี้”อามามิยะ ฮารูกิ “???”……ตกดึกของคืนนั้นหลินชีเยี่ยที่เพิ่งเสร็จงานดื่มเหล้าและให้คำปรึกษาประจำวัน แอบออกจาก ต้นไม้ราตรีคลับ ในยามค่ำคืนนับตั้งแต่เขาและอามามิยะ ฮารูกิม