“มีนายอยู่ ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะ” เสิ่นชิงจู่ถอนหายใจอย่างโล่งอกชีวิตที่ต้องคอยระแวดระวังตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างแท้จริง ตอนนี้มีหลินชีเยี่ยเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น ความกดดันของเขาก็ลดลงทันที“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง……”หลินชีเยี่ยเล่าจุดประสงค์เดิมของตนและสถานการณ์ปัจจุบันในโอซาก้าให้เสิ่นชิงจู่ฟังอย่างคร่าวๆ“พวกนายต้องการข้อมูลการวางกำลังของตระกูลซามุกาวะเหรอ?” เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ฉันไม่รู้ว่ามีของแบบนี้หรือเปล่า……แล้วตระกูลซามุกาวะคืออะไร?”หลินชีเยี่ย “……”“ช่างเถอะ……เดี๋ยวนายแค่ให้ความร่วมมือกับฉันก็พอ” หลินชีเยี่ยคิดสักครู่ “อีกอย่าง ถ้าช่วงกลางวันวันไหนว่างก็ไปหาฉันที่ต้นไม้ราตรีคลับนะ ฉันควรจะสอนภาษาญี่ปุ่นให้นายเพิ่มเติมหน่อย การเป็นบอสใหญ่ที่เป็นใบ้แบบนี้ไปตลอดคงไม่ใช่แผนระยะยาวที่ดี”“ได้”ทั้งสามคนนั่งคุยกันในห้องสักพัก รอจนถึงเวลาพอสมควรแล้วจึงเปิดประตูเดินออกไปถึงอย่างไรหลินชีเยี่ยกับอามามิยะก็มาเป็นเพื่อนบอสใหญ่ ถ้าทั้งสามคนอยู่ในห้องไม่ถึงชั่วโมงแล้วออกมา ก็ดูจะชัดเจนเกินไป พวกเขาจึงดื่มไวน์แดงราคาแพงบนโต๊ะหมดขวด และลบวงเวทย์ใต้พรมออกไปด้วยเมื่อเห็นเสิ่นชิงจู่พาหนุ่มบาร์โฮสต์สองคนเดินออกมาจากห้อง สมาชิกแก๊งเงามรณะสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ตกตะลึง ดูเหมือนเวลาจะสั้นกว่าที่พวกเขาคาดไว้ตอนนี้อิโมริยูและอาซากุระเคนได้จากไปแล