ถยนต์สีดำที่รออยู่นานแล้ว มุ่งหน้าตรงไปยังตึกของแก๊งเงามรณะคินและยูรินะที่ยืนอยู่หน้าประตูมองตามรถคันนั้นจากไปด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล“เอ่อ……พวกเราแจ้งตำรวจดีไหม?” ยูรินะขมวดคิ้วเรียวเล็กแน่น “ฉันยังเป็นห่วงพี่ชิจิยะอยู่……”“พวกนั้นคือแก๊งเงามรณะ แจ้งตำรวจก็ไม่มีประโยชน์หรอก” คินถอนหายใจลุงเคียวซูเกะยื่นมือออกไปตบไหล่ยูรินะเบาๆ สายตาจ้องมองไปยังทิศทางที่รถแล่นจากไป พลางปลอบใจว่า“ไม่ต้องกังวลไป พวกเขาทั้งสอง……จะไม่เป็นอะไรหรอก”ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกินั่งรถมาถึงหน้าตึก สมาชิกแก๊งเงามรณะหลายคนพาพวกเขาเดินเข้าไปเป็นไปตามที่อามามิยะ ฮารูกิคาดไว้ หลังจากเข้าไปในตึกแล้ว ชายร่างใหญ่หลายคนก็ถือเครื่องมือต่างๆ มาตรวจค้นตัวพวกเขาอย่างละเอียด หลังจากแน่ใจว่าไม่มีสิ่งของใดที่อาจเป็นอันตรายต่อบอสใหญ่ พวกเขาก็ปล่อยทั้งคู่เข้าไปทั้งสองเดินตามคำแนะนำของสมาชิกแก๊งเงามรณะมาถึงห้องชุดที่กว้างขวางสบาย เมื่อเห็นการตกแต่งภายในสีหน้าของหลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกิก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจพร้อมกันบนพื้นหินอ่อนปูด้วยพรมสีขาวราคาแพง บนนั้นมีโซฟานุ่มๆ ที่ใหญ่พอให้หลายคนนอนตะแคงได้วางอยู่เงียบๆตรงหน้าโซฟาเป็นโต๊ะคริสตัลสีดำ บนนั้นวางไวน์แดงหลายขวดที่หลินชีเยี่ยไม่เคยเห็นมาก่อนตรงข้ามกับโซฟาคือเตียงกลมขนาดใหญ่คลุมด้วยผ้าโปร่ง แสงไฟสีน้ำเงินม่วงส่องลงมา ทำให้บรรยากาศดูคลุมเครืออย่างประหล