น้านัก”ยูรินะกอดชุดกิโมโนเก่าๆ ของเธอแล้วแลบลิ้นใส่คุณลุงเคียวซูเกะรัตติกาลมาเยือนหลินชีเยี่ยมองนาฬิกา ใกล้จะถึงเวลาเปิดร้านแล้ว เขาคิดจะลุกขึ้นจากที่นั่ง แต่พอคิดดีๆ แล้ว ในเมื่อไม่มีลูกค้า ก็น่าจะพักผ่อนบนโต๊ะสักหน่อยเหมือนกับคินดีกว่าอามามิยะ ฮารูกิที่นั่งตรงข้ามดูเหมือนจะคิดเหมือนกัน จึงนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้มีเพียงลุงเคียวซูเกะเท่านั้นที่อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาพูดปลุกใจอยู่สองสามประโยค จากนั้นก็รีบลงไปเปิดประตูเพื่อเริ่มทำธุรกิจด้วยความตื่นเต้นทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเบาๆ ลุงเคียวซูเกะปลดล็อคประตู เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ลุงเคียวซูเกะตกใจ“อาซาบะ!”“อาซาบะ!!”“อาซาบะ!!!”“อามามิยะ!!!”ผู้หญิงหลายสิบคนยืนล้อมรอบหน้าประตู พวกเธอตะโกนเรียกชื่ออาซาบะและอามามิยะอย่างตื่นเต้น บางคนถือโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความ ‘อาซาบะ’ เลื่อนไปมา ซึ่งนำโดยเพื่อนสนิทที่เงียบขรึมของคุณหนูสึเนตะที่มาด้วยกันเมื่อวานเสียงโห่ร้องของกลุ่มคนดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมากบนถนนสายหลักโดทงโบริ พวกเขายืนมองด้วยความสงสัยและชี้ไปที่ร้าน ดูเหมือนกำลังถามอะไรบางอย่างหลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกิได้ยินเสียงโห่ร้อง ร่างกายพลันสั่นสะท้านพร้อมกัน พวกเขาวิ่งลงมาชั้นล่างและเห็นภาพอันวุ่นวายเบื้องหน้า ทำให้พวกเขายืนตะลึงอยู่กับที่ส่วนลุงเคียวซูเกะนั้นตกตะลึงเพียงชั่วครู่ ก่อนที่รอยยิ้มเหมือนดอกเบญจม