หลินชีเยี่ยเห็นแขกทั้งสองที่ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะแต่เขายังคงทำหน้าที่ ‘พนักงาน’ ของตัวเอง พาทั้งสองคนไปนั่งที่โต๊ะ พวกเธอเพิ่งนั่งลงก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปกับหลินชีเยี่ยอย่างบ้าคลั่งเด็กหนุ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง“ขอโทษนะครับ ที่ร้านไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปครับ” เขาพูดอย่างสุภาพคุณหนูสึเนตะเบะปาก “แค่ถ่ายรูปไม่กี่ใบเอง มันจะเป็นอะไรไปล่ะ?”สายตาของหลินชีเยี่ยเข้มขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ผมขอพูดอีกครั้ง ที่นี่ห้ามถ่ายรูป”หัวใจของคุณหนูสึเนตะเต้นรัว “ได้ค่ะ ได้! ฉันจะฟังคุณ! ฉันจะลบทิ้งทั้งหมดเลย!”แขกทั้งสองคนลบรูปทั้งหมดต่อหน้าหลินชีเยี่ย สีหน้าของเขาจึงผ่อนคลายลงเขาเปิดรายการเครื่องดื่มแล้วถาม “บอกมาสิ อยากดื่มอะไรครับ?”“คุณชื่ออาซาบะใช่ไหม?” เพื่อนสาวถามเสียงอ่อน “ถ้าพวกเราสั่งเครื่องดื่ม คุณจะได้ส่วนแบ่งใช่ไหม? คุณจะดื่มกับพวกเราได้ไหมคะ?”“ได้ครับ นี่เป็นงานของผม” หลินชีเยี่ยพยักหน้า“ฉันขอนี่ นี่! นี่ นี่! แล้วก็นี่ด้วย!”เพื่อนของเธอตื่นเต้นขึ้นมาทันที สั่งเครื่องดื่มราคาแพงหลายอย่างติดต่อกัน หยิบบัตรออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้คุณลุงเคียวซูเกะที่อยู่ด้านข้างมุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อยเงินค่าเครื่องดื่มมากมายขนาดนี้รวมกัน สำหรับเขาแล้วถือเป็นทรัพย์สินที่ไม่น้อยเลย……คงเทียบเท่ากับการยืมเงินอามามิยะ ฮารูกิประมาณยี่สิบกว่าครั้งได้?นี่คื