กุระ เคนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง“บอสใหญ่ครับ ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คราวนี้นายน้อยของตระกูลซามุกาวะก็มาโอซาก้าด้วย เขามีดาบมากาตสึในมือ พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา……ท่านจะพาคนมาเพิ่มและออกโรงเองเพื่อช่วยเราควบคุมสถานการณ์ในโอซาก้าได้ไหมครับ? หากมีแค่พวกเรา คงยากที่จะขับไล่พวกเขาออกไปได้!”ยามได้ยินประโยคนี้ ชายหญิงรอบๆ ต่างขมวดคิ้วและกระซิบกระซาบกัน ราวกับกำลังถกเถียงอะไรบางอย่างเสิ่นชิงจู่รู้สึกสงสัยเขาก็บอกว่า ‘ฆ่า’ ไปแล้ว ทำไมยังมีเรื่องอีก?แถมจากปฏิกิริยาของทุกคนครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่จัดการยากเสียด้วย……คงจะใช้แค่สามประโยคนั้นหลอกพวกเขาไม่ได้แล้วล่ะเสิ่นชิงจู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วทำท่าพยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นก็หันไปมองคนสนิทข้างๆ แล้วเอ่ยชื่อแผ่วเบา“อิโมริ ยู”เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ วิธีแก้ปัญหาปกติของเสิ่นชิงจู่ก็คือ ไม่แก้ปัญหาเองเขาเรียกชื่อคนสนิท ก็เพื่อให้คนคนนั้นช่วยคิดและเสนอความเห็นแทนตน ถึงความคิดอาจจะไม่น่าเชื่อถือนัก แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย และคนสนิทคนนี้ก็คือหนึ่งในสองคนที่เขาช่วยไว้จากท้องถนนเมื่อปีที่แล้วเป็นคนที่เขาไว้ใจได้จริงๆอิโมริ ยูตกใจเล็กน้อย คิดว่าเสิ่นชิงจู่กำลังทดสอบเขาเหมือนปกติ จึงครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่นาน ก่อนจะพูดว่า“ผมคิดว่าการที่ซามุกาวะ สึคาสะสั่งคนมาโอซาก้าด้วยตัวเอง คงไม่ใช่แค่