หลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่บนหาดทรายเป็นเวลานาน ในที่สุดก็ตัดสินใจยกมือขึ้นอีกครั้ง……คราวนี้เขาไม่ได้ใช้ [เมฆพลิกกาย] แต่ใช้ [อนธการกัดกร่อน] แทนแสงสีดำสายหนึ่งวาบขึ้นในฝ่ามือของเขา รวมตัวกันเป็นก้อนขนาดประมาณเหรียญ หลินชีเยี่ยกำความมืดนั้นไว้เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีเบื้องบน ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังชั่วขณะต่อมา สายตาน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!หลินชีเยี่ยรู้สึกราวกับถูกสัตว์ร้ายบางชนิดจ้องมอง ขนทั่วร่างลุกชัน เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบสลายความมืดในฝ่ามือทันที!สายตานั้นวนเวียนอยู่ในบริเวณนี้ครู่หนึ่ง คราวนี้มันใช้เวลาค้นหานานกว่าครั้งก่อน หากครั้งก่อนเป็นเพียงการค้นหาคร่าวๆ ครานี้เป็นการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนดูเหมือนว่ามันจะแปลกใจมากว่า ทำไมที่นี่ถึงมีกลิ่นอายแบบนี้ปรากฏขึ้นสองครั้งติดต่อกันประมาณสองนาทีต่อมา สายตานั้นจึงค่อยๆ จางหายไป หลินชีเยี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอกดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของสายตานั้นเกิดจากผนึกต้องห้ามจริงๆเหตุผลที่เขาลองเป็นครั้งที่สอง ก็เพื่อดูว่าการปรากฏของสายตานั้นเกี่ยวข้องกับชนิดของผนึกต้องห้ามหรือปริมาณพลังจิตที่ใช้หรือไม่ครั้งแรกที่ใช้ [เมฆพลิกกาย] เขาโคจรพลังจิตเยอะมาก แต่ครั้งที่สองที่ใช้ [อนธการกัดกร่อน] เขาเพียงแค่ใช้ผนึกต้องห้ามในระดับต่ำสุด ประมาณขั้นจั่น แต่ไม่คิดว่าแม้แต่คลื่นผนึกต้องห้ามที่อ่อนแอขนาดนี้ก็ยังดึงดูดสายตานั้นมาได้นั่นหมายความว่า ม