“แลกชีวิต?”ถังอวี่เซิงขมวดคิ้ว “คุณต้องการจะแลกชีวิตของใครกันแน่?”เยี่ยฟ่านเงียบไม่ตอบอะไรหวังชิงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “ตอนที่พวกเราฟื้นขึ้นมา รู้สึกถึงคลื่นกฎเกณฑ์ใหม่ คงมีคนก้าวไปอีกขั้นแล้ว คนที่นายอยากช่วยคือเขาใช่ไหม?”“ครับ” เยี่ยฟ่านพยักหน้า “เขาคือเซียนกระบี่คนแรกของต้าเซี่ย หลังจากสังหารเทพ ก็สลายร่างไป”เนี่ยจิ่งซานส่ายหน้า “การสลายร่างไม่สามารถย้อนกลับได้ เมื่อเขาสลายร่างแล้ว วิญญาณย่อมหลอมรวมเข้ากับกฎเกณฑ์ของโลก ต่อให้คุณแลกชีวิตกับเขา เขาก็กลับมาไม่ได้แล้ว”“เขายังไม่ได้หลอมรวมเข้ากับกฎเกณฑ์ของโลกทั้งหมด” เยี่ยฟ่านพูดอย่างหนักแน่นเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของวีรวิญญาณทุกดวง เยี่ยฟ่านจึงพูดต่อ “ตั้งแต่ห้าปีก่อน ผมได้ตั้งทีมวิจัยพิเศษในหน่วยพิทักษ์ราตรี ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีอยู่ จำลองสถานการณ์หลังจากมนุษย์ทะลุขีดจำกัด…หลังจากวิจัยมาหลายปี พวกเราสามารถคาดการณ์เบื้องต้นได้ว่า หลังจากทะลุขีดจำกัด การสลายร่างของวิญญาณไม่ได้เสร็จสิ้นในทันที แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาในการหลอมรวม พวกเราได้คำนวณความเร็วในการหลอมรวมของวิญญาณกับกฎเกณฑ์ของโลก เวลานี้ประมาณยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้เขายังเหลือวิญญาณหนึ่งในสี่ส่วนที่ยังไม่ได้หลอมรวมกับกฎเกณฑ์ของโลก”ฟังเยี่ยฟ่านพูดจบ ดวงตาของถังอวี่เซิงก็เต็มไปด้วยความใคร่รู้“เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้วเหรอ? แต่คุณคิดจะทำการวิจัยนี้ได้