งได้ยินคำถามนี้ ก็ยิ้มเล็กน้อย “ฉันเคยบอกแล้วว่า โลกของเขาเรียบง่ายและบริสุทธิ์มาก……”……ภายในหมอกเศษซากของเมืองในลานจอดรถใต้ดินที่มืดและอบอุ่น โจวผิงในชุดดำเปื้อนเลือด แบกร่างของคนเดินถนนที่แข็งทื่อไปทั้งตัวเดินช้าๆ มาที่ข้างเตาผิง“แค่ก แค่ก แค่ก……”เขาไอรุนแรงหลายครั้ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาก้มตัวลงวางร่างของคนเดินถนนลงข้างเตาผิงเบาๆเขายื่นมือขวาที่สั่นเทาออกไปอังที่จมูกของคนผู้นั้นครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก“ท่านปรมาจารย์กระบี่ นี่เป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วครับ” ลู่อวี่แบกร่างของคนที่หมดสติเช่นกันมาวางข้างเตาผิง แล้วหันมาพูดกับเขา“ค้นทุกถนนเสร็จแล้วเหรอ?”“เสร็จแล้วครับ”“อืม” โจวผิงพยักหน้าเขาก้าวเดินไปที่มุมของลานจอดรถ ย่างก้าวดูไม่มั่นคง พิงหลังกับเสาต้นหนึ่งแล้วค่อยๆ นั่งลง…มือขวาของเขายังคงสั่นเทาเล็กน้อยดวงตาสะท้อนแสงไฟที่เต้นระริกในเตาผิงของลานจอดรถที่มืดสลัว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปสักพักก่อนที่เขาจะค่อยๆ หลับตาลงไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงพูดคุยเบาๆ ดังมาแต่ไกลโจวผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามลืมตาขึ้น เส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาทีละเส้น ดูอิดโรยอย่างยิ่งเฉินหานที่หน้าซีดเผือด พาเด็กอายุเจ็ดแปดขวบสามคนเดินมาหยุดตรงหน้าโจวผิงที่อีกมุมหนึ่งของลานจอดรถโจวผิงมองเด็กทั้งสามคนด้วยสีหน้าประหลาดใจ“พลังจิตของผมมีจำกัด ตอนนี้ยังรักษาทุกคนไม่ได้……เลยช่วยเด็กๆ ก่อน” เฉินหานเอ