ห้วงแห่งฝันร้ายค่อยๆ แตกสลาย สภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังบิดเบี้ยวไปมาระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการเสิ่นชิงจู่หยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาจากพื้น แล้วเดินไปหาลำดับเก้าที่อยู่ริมแท่นบูชาลำดับเก้านอนหงายอยู่ตรงนั้น แอ่งเลือดใต้ร่างค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบตัว เขาหันมองเสิ่นชิงจู่ที่เดินเข้ามา ริมฝีปากซีดเซียวยกยิ้มบางๆ“เป็นยังไงบ้าง?” เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วถามพลางมองแอ่งเลือดใต้ร่างของอีกฝ่าย“ตอนนี้ยังไม่ตายหรอก” ลำดับเก้าตอบอย่างอ่อนแรงสีหน้าของเสิ่นชิงจู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาเดินไปนั่งลงข้างลำดับเก้า หยิบบุหรี่สองมวนออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้ลำดับเก้าหนึ่งมวน“นายอยากให้ฉันตายเร็วขึ้นหรือไง?” ลำดับเก้าเอ่ยถามอย่างเนิบช้าเสิ่นชิงจู่เก็บบุหรี่ทั้งสองมวนกลับเข้ากระเป๋าอย่างเงียบๆ “ผมกลัวคุณทนไม่ไหว อยากให้คุณรู้สึกตัวหน่อย”“ไม่ต้องแอบใช้พลังเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนรอบตัวฉันหรอก ฉันบอกแล้วว่าบาดเจ็บแค่นี้ฉันยังไม่ตาย”“อ้อ” เสิ่นชิงจู่ยักไหล่ “คุณรู้มานานแล้วเหรอว่าผมเป็นสายลับ?”“พูดตามตรง ช่องโหว่ของนายมีเยอะอยู่”“เช่น?”“นายใจดีเกินไป” ลำดับเก้าพูดช้าๆ “ในป่า นายแอบช่วยไป๋หลี่ถูหมิงไว้ ตอนอยู่ที่ตึกไป๋หลี่ นายก็ช่วยพวกคนหนุ่มสาวจัดการกับ [บทเพลงไว้อาลัย] แถมยังเสี่ยงโดนจั่วชิงฆ่าเพื่อไปช่วยพวกเขาสังหารไป๋หลี่ซิน……แล้วก็ตอนที่นายแกล้งถ่ายเทพลังจิตใส่แท่นบูชาก็แสดงได้ไม่เนียนเอาเสียเลย ฉันดูออกทันทีว่านายไ