วเสิ่น ตื่นแล้วเหรอ?” ลำดับเก้าเดินมาตรงหน้าเขา พลางขมวดคิ้วเสิ่นชิงจู่มองอีกฝ่าย แล้วมองไปที่พร่ำรำพันซึ่งอยู่ไม่ไกล พยักหน้าเงียบๆ “อืม หลุดพ้นจากสภาพนั้นแล้ว”หมัดของลำดับเก้าเมื่อครู่ ทำให้เขามึนงงไปบ้าง แต่ไม่ได้ขัดขวางการรับรู้สถานการณ์ปัจจุบัน พร่ำรำพันอยู่ที่นี่การแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องคงไม่ใช่วิธีที่จะหลบเลี่ยงไปได้เขานวดขมับตัวเอง มองไปรอบๆที่นี่ยังคงเป็นห้องใต้ดินที่เดิม แท่นบูชาก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม รอยขนาดใหญ่บนเพดานยังคงอยู่… ต่างกันตรงที่หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ รวมถึงลำดับสามหายไป“ที่นี่คือที่ไหน?” เขาถามอย่างสงสัย“ห้วงฝันร้ายที่ผมสร้างขึ้น”เสียงอ่อนแรงของพร่ำรำพันดังมาจากแท่นบูชา “ผมใช้ผนึกต้องห้ามของผมลากพวกคุณและแท่นบูชานี้เข้าสู่ห้วงฝัน แม้ที่นี่จะดูเหมือนโลกภายนอก แต่จริงๆ แล้วเป็นมิติต่างหาก”“ที่นี่คือความฝันเหรอครับ?”“เป็นความฝัน แต่ก็ไม่ใช่” พร่ำรำพันค่อยๆ ลุกขึ้นจากแท่นบูชา โบกมือขวาเบาๆ ชุดทักซิโด้ที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลหายวับไป จากนั้นชุดทักซิโด้ตัวใหม่เอี่ยมก็ปรากฏบนร่าง “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ล้วนส่งผลต่อโลกแห่งความเป็นจริง ที่นี่… คือฝันร้ายที่เป็นจริง”“แล้วลำดับสามล่ะ? ทำไมเขาถึงไม่ได้เข้ามา?” ลำดับเก้าถามอย่างสงสัย“พวกเราต้องการคนถ่วงเวลา”“ถ่วงเวลา?” เสิ่นชิงจู่จับประเด็นสำคัญได้อย่างว่องไว “พวกเราจะทำอะไร?”พร่ำรำพันยกมุมปากซีดเซียวขึ้นเล็กน้อ