ม?” หลินชีเยี่ยเอ่ยช้าๆเสียงเย็นชาของเจียงเอ่อร์ดังมาจาก MP3 ที่เอวของอันชิงอวี๋[อืม เขาก็คือคนนั้น……คนที่จูงสุนัข]หลินชีเยี่ยพยักหน้า ตาหรี่ลง ในดวงตาปรากฏแววฆาตกรรมอันเดือดดาล “วางใจเถอะ วันนี้เขาไม่มีทางมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่”ข้างแท่นบูชาลำดับสามกวาดตามองทุกคน แล้วกระซิบข้างหูลำดับเก้าและเสิ่นชิงจู่“เดี๋ยวฟังคำสั่งของฉัน ถอยไปคนละทิศละทาง”ดวงตาของลำดับเก้าปรากฏแววสงสัย “ถอย? เราไม่สู้เหรอ?”“ตอนนี้ฉันบาดเจ็บจากพลังกระบี่ พลังลดลงมาก ระวังไว้ก่อนดีกว่า อีกอย่างพวกเขาไม่รู้ความลับของแท่นบูชารอล่อพวกเขาออกไปแล้วเราค่อยอ้อมกลับมาทำพิธีที่แท่นบูชาให้เสร็จ”ข้างกายเขา เสิ่นชิงจู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างจริงจัง“ท่านลำดับสาม ผมคิดว่าทำแบบนั้นไม่เหมาะ”“หืม?” ลำดับสามมองเขา“พวกเขามีแค่หกคน ระดับสูงสุดก็แค่ขั้นมหาสมุทร แต่ฝั่งเรามีขั้นมหาสมุทรหนึ่งคนพิภพหนึ่งคน อนันต์หนึ่งคน……พูดถึงกำลังรบแล้ว แค่ท่านลำดับเก้าคนเดียวก็กดดันพวกเขาได้ ยิ่งเพิ่ม [ลมตะกละ] ของผมเข้าไป ต้องทำให้พวกเขาตั้งตัวไม่ทันแน่ และถึงท่านลำดับสามจะบาดเจ็บ แต่ก็ต้องใช้พลังขั้นพิภพได้แน่นอน คิดแบบนี้แล้ว พวกเขาจะสู้เราได้ยังไง? เราไม่มีทางแพ้ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องหนี”ลำดับเก้าพยักหน้าหงึกหงักลำดับสามมองดูท่าทางมั่นใจของเสิ่นชิงจู่ เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาบ้างอันที่จริง ในใจลึกๆ เขาก็ไม่คิดว่าจะแพ้ในครั้งนี้ แต่เพื่อค