ุ๊ปคราวก่อนใช่ไหม?”“อืม จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ ก็สามารถยืนยันได้ว่าเขาเป็นสายลับที่แฝงตัวอยู่ในสาวก” หลินชีเยี่ยกล่าว “แต่ว่าแท่นบูชาเทพเจ้าแห่งยมโลกที่เขียนไว้ในกระดาษนั้นยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร”“ฟังดูแล้วก็น่าจะเป็นของอันตรายอะไรสักอย่าง” ไป๋หลี่พั่งพั่งอดพูดไม่ได้ด้านข้าง คิ้วของโจวผิงขมวดเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สายตาเคร่งเครียดขึ้นมา“ปรมาจารย์กระบี่?” หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของโจวผิง “คุณรู้อะไรหรือเปล่า?”โจวผิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า “ไม่……เมื่อกี้นายบอกว่าแท่นบูชานั้นอยู่ที่ไหนนะ?”“ชานเมืองทางเหนือ ที่คฤหาสน์ร้างเลขที่ 42 ถนนตงอัน”“อ้อ”โจวผิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปเมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนต่างตะลึงอยู่กับที่“ปรมาจารย์กระบี่ คุณจะไปไหนเหรอครับ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัยโจวผิงสะพายกล่องกระบี่ ยื่นมือผลักประตูใหญ่ แล้วพูดเสียงเรียบ“ไปทำลายแท่นบูชานั่น”ฉึก!พลังกระบี่อันคมกริบวาบผ่าน ร่างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำนั้นหายวับไปแล้วทุกคนในห้องรับแขกมองประตูที่ว่างเปล่า แล้วหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง“ทำไมผมรู้สึกว่า……ปรมาจารย์กระบี่ดูรีบร้อนจัง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอย่างสงสัย“ไม่ใช่แค่นายที่รู้สึก” อันชิงอวี๋มองประตูที่ว่างเปล่าแล้วพูดอย่างมั่นใจ “เขารีบจริงๆ”“แล้วพวกเราควรไปช่วย หรือรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่?”“ไปช่วย” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจริงจัง “ถึงอย่างไรปรมา