่สามารถยิ้มออกมาได้แล้วในที่สุด หลังจากจบครั้งที่สิบหก โจวผิงก็ยุติการทรมานเฉาเยวียน และให้เขาไปพักข้างๆเฉาเยวียนที่หน้าตาบวมช้ำ ลากเท้าเดินโซเซไปที่ขอบโกดังทีละน้อย สายตาดูเลื่อนลอย มีสีหน้าเหมือนคนที่สิ้นหวังในชีวิตไป๋หลี่พั่งพั่งวางมันฝรั่งทอดในมือลงเงียบๆเมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเฉาเยวียน เขาก็รู้สึกทันทีว่าการฝึกภาคปฏิบัติวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย มันฝรั่งทอดในมือก็ไม่น่ากินอีกต่อไป……“คนต่อไป” โจวผิงมองไปที่ไป๋หลี่พั่งพั่งที่หน้าซีดขาว “นายมาสิ”ไป๋หลี่พั่งพั่งสั่นสะท้าน ลังเลอยู่กับที่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ เคลื่อนตัวไปยังกลางโกดัง มองเงาหลังของเขาแล้วกลับรู้สึกถึงความเศร้าสร้อยแบบ ‘วีรบุรุษจากไปไม่หวนคืน’การฝึกเริ่มต้นขึ้นโจวผิงยังไม่ทันออกท่า ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงวัตถุต้องห้ามสิบกว่าชิ้นออกมาจากกระเป๋าแล้วแขวนไว้รอบตัว แหวนหยกบนนิ้วโป้งกลายเป็นชุดเกราะทั้งตัว พร้อมกันนั้นก็มีการป้องกันหลายชั้นกางออกรอบตัว กลายเป็นกระดองปกคลุมทั่วร่างมุมปากของโจวผิงกระตุกเล็กน้อยหลังจากไป๋หลี่พั่งพั่งสร้างการป้องกันจนเต็มที่แล้ว ภาพไท่จี๋แปดทิศขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา เขายื่นมือกดลงบนอากาศว่างเปล่า ทำให้เฉียนกับคุนสลับที่กันในทันที“ฟ้าดินพลิกผัน!” ไป๋หลี่พั่งพั่งตะโกนเสียงดัง “ตะเกียบจงมา!”โจวผิงตกตะลึง ในขณะที่ไม่ทันตั้งตัว ตะเกียบในมือก็พลันลอยออกไป