มหน้ากากตือโป๊ยก่ายนั้นค่อยๆ หายไปจากสายตาของมอลลี่ในที่สุดมอลลี่ก็ได้สติ เธอวิ่งตามรถเมล์ไปจนถึงขอบป้ายรถ สายฝนพัดพาน้ำมาตกลงบนตัวเธอ ทำให้ชายกระโปรงเปียกชื้น เธอยืนมองไฟท้ายสีแดงของรถที่จากไปอย่างเหม่อลอยเธอไม่เข้าใจครู่ต่อมา เธอก้มลงเปิดกระเป๋าที่เอว เห็นแผ่นไม้จันทน์ที่คุ้นเคยนอนนิ่งอยู่บนสุดของกระเป๋าที่ด้านหลังของแผ่นไม้นั้น ใต้ตัวอักษร ‘มอลลี่’ ยังคงมีคำว่า ‘ภรรยา’ ที่เขียนด้วยปากกาอยู่แต่ต่างกันตรงที่มุมด้านนี้มีข้อความเพิ่มขึ้นมาสองบรรทัด‘ขอโทษนะ’‘รอผมกลับมา’…ไป๋หลี่พั่งพั่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถเมล์ โยกไปมาตามการสั่นสะเทือนของรถ เขาค่อยๆ ถอดหน้ากากออกดวงตาแดงเรื่อทันใดนั้นก็มีเงาดำปรากฏขึ้นบนที่นั่งข้างๆ เขา“ชีเยี่ย นายตื่นแล้วเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งหันไปเห็นใบหน้าคุ้นเคยนั้น แอบเช็ดน้ำตาที่หัวตาแล้วเอ่ยถาม“เพิ่งตื่น ได้ยินว่านายมาหามอลลี่ ก็เลยตามมาดู” หลินชีเยี่ยถอนหายใจ “ทำไมไม่เจอเธอล่ะ? ฉันว่าเธอคงไม่สนใจหน้าตาของนายหรอก”ไป๋หลี่พั่งพั่งส่ายหน้า “ไม่ใช่เรื่องแผลเป็นนี้หรอก……ผมแค่รู้สึกว่าตอนนี้ผมยังไม่สามารถให้ความสุขกับเธอได้”ดวงตาของหลินชีเยี่ยฉายแววสงสัยไป๋หลี่พั่งพั่งนึกถึงความเป็นผู้ชายตรงๆ ของหลินชีเยี่ย จึงอธิบายอย่างจนใจ“เมื่อก่อน ตอนที่ผมยังเป็นไป๋หลี่ถูหมิง แม้ปากจะบอกว่าตัวเองเป็นแค่ลูกคนธรรมดา แต่จริงๆ แล้ว ไม่ว่าผมจะทำอะไร ก็มีไป๋หลี่กรุ๊ปคอยหนุนหลังอยู่