”รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งใต้หน้ากาก ดวงตาของเขาแดงเรื่อ “ผมไม่เป็นไรหรอก ชีเยี่ย”เขาหันไปมองสถานที่จัดงานที่วุ่นวายโดยรอบ ค่อยๆ เผยอริมฝีปากที่แห้งผาก พูดแผ่วเบาว่า “ขอบคุณพวกนายที่… ไม่ทิ้งผม”หลินชีเยี่ยตบไหล่ของเขา “นายพูดอะไรโง่ๆ อย่างนั้น? จำไว้ ถึงแม้ทั้งโลกจะทอดทิ้งนาย พวกเราก็จะยืนเคียงข้างนายตลอดไป”เมื่อได้ยินประโยคนั้น ความเจ็บปวดและความเศร้าโศกที่อัดอั้นอยู่ในใจของไป๋หลี่พั่งพั่งก็ไม่อาจข่มกลั้นไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาสองสายไหลอาบแก้ม หยดลงบนพื้นตามขอบหน้ากาก เขากัดฟันแน่นพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาดวงตาของเขาแดงก่ำ พยักหน้าอย่างหนักแน่น“เสียใจไหม?” หลินชีเยี่ยถาม“เสียใจ”“โกรธไหม?”“อืม”มุมปากของหลินชีเยี่ยยกขึ้นเล็กน้อย เขาหันไปมองตึกที่พังยับเยิน แล้วพูดอย่างสงบว่า “ถ้าอย่างนั้น… ก็มาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่นี่ด้วยกันเถอะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งเช็ดน้ำตา ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น“ตกลง!”