องอันกว้างใหญ่ ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทับถมกันนั้น ฝีเท้าของหลินชีเยี่ยดูหนักอึ้ง ทว่าแผ่นหลังของเขากลับไม่มีรอยโค้งงอแม้แต่น้อย เขาเชิดหน้าชูคอ ค่อยๆ เดินอย่างมั่นคงไปยังแท่นสูงไป๋หลี่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตาของเหวยซิวหมิงและคนอื่นๆ ฉายแววตกตะลึง พวกเขาไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งๆ ที่ไป๋หลี่ซินได้แสดงให้เห็นแล้วว่ารากฐานของตระกูลไป๋หลี่นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ทำไมอีกฝ่ายยังกล้าเดินเข้าไป?เขาคิดจริงๆ หรือว่าตัวเองจะสามารถต่อกรกับผู้ใช้วัตถุต้องห้ามทั้งสิบสองคนนั้นได้?กลุ่มไป๋หลี่ก็ยอมถอยให้แล้ว ให้ทางออกก็แล้ว ทำไมเขายังไม่ยอมอ่อนข้อ?แค่ไป๋หลี่ถูหมิงคนเดียว สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ?“คนบ้า นี่มันคนบ้า……” เหวยซิวหมิงพึมพำหลินชีเยี่ยถือดาบคู่ในมือ ความมืดของราตรีแผ่ขยายออกไปจากรอบตัว เขาจ้องมองไปยังไป๋หลี่ซินที่อยู่บนแท่นสูง แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก“ผมไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าวัตถุต้องห้าม”“ผมก็ไม่สนใจอะไรที่เรียกว่าการชดเชยทางจิตใจ”“เรื่องวุ่นวายภายในตระกูลไป๋หลี่ของพวกคุณ ผมยิ่งไม่สนใจ”“แม้แต่ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรบพิเศษนี้ จะได้หรือไม่ได้ก็ไม่สำคัญนัก……”เขาชูดาบขึ้น ชี้ไปยังแท่นสูง ดวงตาทั้งสองเปี่ยมด้วยจิตสังหาร“แต่……ถ้าพวกคุณลงมือกับพี่น้องของผม ผมจะทำให้ทั้งตระกูลไป๋หลี่ต้องตายตามไปด้วย!!”เปรี้ยง!!เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นทะลุท้องฟ้าที่แจ่มใส เสียงครางต่ำก้องกังวานในอากาศ ร่างเ