ยรติยศไปพร้อมกัน… เธอจะยอมสละอนาคตแบบนั้นเหรอ?”เหมียวซูสบตากับเหวยซิวหมิง หัวหน้าเหวยซิวหมิงที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแปดปี ตอนนี้กลับดูแปลกหน้าเหลือเกิน…เธอหันกลับมามองสมาชิกคนอื่นในหน่วย พวกเขาตั้งใจหลบสายตาของเหมียวซู ต่างก็เงียบไม่พูดจาทันใดนั้น เหมียวซูก็รู้สึกเหมือนไม่รู้จักหน่วยนี้อีกต่อไป“ดังนั้น……พวกคุณยอมรับผลประโยชน์จากตระกูลไป่หลี่ และทิ้งเสี่ยวถูหมิง……ใช่ไหม?” เธอเข้าใจเบื้องหลังทั้งหมด จึงเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “พวกคุณทำแบบนี้……ยังนับว่าเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีอีกเหรอ?”เธอล้วงเหรียญตราที่เปล่งประกายออกมาจากกระเป๋า เสียงเริ่มสั่นเครือ“พวกคุณยังคู่ควรกับเหรียญตรานี้อีกเหรอ?”“เหวยซิวหมิง! บอกฉันสิ ด้านหลังของเหรียญตรานี้เขียนว่าอะไร? อ่านสิ! อ่านมันออกมาสิ!”“หากรัตติกาลพึงมาเยือน ข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่ง……”“แล้วเสี่ยวถูหมิงล่ะ? เขาไม่ใช่หนึ่งในผู้คนนับหมื่นแสนนั้นเหรอ? เขาไม่ใช่เพื่อนร่วมรบของพวกเราเหรอ?”“พวกคุณทิ้งเพื่อนร่วมรบของตัวเองได้ มโนธรรมของพวกคุณถูกสุนัขกินไปแล้วหรือไง?! ในช่วงหลายปีที่อยู่ในเมืองกว่างเซิน พวกคุณถูกตระกูลไป่หลี่ทำให้เน่าเฟะขนาดไหนแล้ว?!”เธอกำเหรียญตราแน่น น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอกัดฟันพูดทีละคำ“ในเมื่อพวกคุณกลัวตาย ไม่อยากเป็นศัตรูกับตระกูลไป่หลี่……ก็ปล่อยให้ฉันทำคนเดียว! ฉันไม่กลัวตาย! ตั้งแต่วันที่เข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราต