คำว่า จักรพรรดิกระบี่ แม้จะฟังดูเกรียงไกรและน่าเกรงขามเพียงใด แต่เมื่อนำมาวางเทียบกับยอดกระบี่แห่งซู่ซันกลับยังให้ความรู้สึกว่ามีช่องว่างที่มิอาจถมเต็มได้
นั่นเป็นเพราะชื่อเสียงของยอดกระบี่แห่งซู่ซันนั้น ดังกึกก้องข้ามผ่านกาลเวลามานับพันปี ทรงอานุภาพจนยากจะหาผู้ใดเปรียบเปรย!
ผู้อาวุโสหลินเห็นหูชิงสือมีท่าทีเคลือบแคลงก็มิคิดจะโต้แย้งให้มากความ เพียงเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยลึกซึ้งว่า
“สำนักซู่ซันของเราเงียบเหงาไร้ยอดกระบี่มาหลายร้อยปีแล้ว ถึงเวลาเสียทีที่ต้องมี ‘องค์หนึ่ง’ ปรากฏโฉมออกมาสู่ใต้หล้า”
ต่อคำพูดนี้ หูชิงสือกลับมิได้คัดค้าน ตรงกันข้ามเขากลับแสดงความเห็นด้วย
หรือหากจะกล่าวให้ถูก มันคือความหวังอันสูงสุด!
หากซู่ซันสามารถให้กำเนิดยอดกระบี่ได้อีกครั้ง สำนักกระบี่ซู่ซันก็จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะอย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมที่จะกดหัวสำนักกระบี่อู๋จี๋และสำนักกระบี่คุนหลุนไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างสมบูรณ์
ในฐานะคนของซู่ซัน ย่อมปรารถนาจะเห็นภาพวันแห่งความรุ่งโรจน์นั้นด้วยตาตนเอง
“ข้าขอตัวกลับหอศาสตราก่อน ฝากเจ้าช่วยดูแลเจ้าเด็กนี่ด้วย” ผู้อาวุโสหลินกล่าวกับหูชิงสือ