เหวยซิวหมิงและเหมียวซูสบตากัน“ฉันเข้าใจความหมายของนายแล้ว” เหวยซิวหมิงเอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิด “นายคิดว่ามีคนในตระกูลไป๋หลี่ต้องการฆ่านาย พวกเขาจะต้องส่งสายลับในเมืองกว่างเซินมาตามหานายแน่ นายอยากหลบหลีกสายลับพวกนี้และกลับบ้านของตัวเองใช่ไหม?”“ถูกต้อง” ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้าหนักแน่น “ผมรู้ดีว่าตระกูลไป๋หลี่มีอิทธิพลมากแค่ไหนในเมืองกว่างเซิน ผมคนเดียวไม่มีทางหลบพวกเขาและกลับบ้านได้อย่างเงียบๆ แน่ ดังนั้นผมจึงต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ”“ไม่มีปัญหา” เหวยซิวหมิงตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “นายเป็นสมาชิกหน่วย 010 ของพวกเรา พวกเราจะช่วยนายอย่างสุดความสามารถ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มพลันปรากฏบนใบหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่ง ความกังวลที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดก็หายไปในที่สุด“แต่พวกเราจะหลบหูหลบตาคนของตระกูลไป๋หลี่และพาเสี่ยวถูหมิงกลับบ้านได้ยังไงล่ะ?” เหมียวซูที่เพิ่งทำแผลให้ไป๋หลี่พั่งพั่งเสร็จถามอย่างสงสัยเหวยซิวหมิงลุกขึ้นยืน เดินวนไปมาในห้องนั่งเล่นครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดหาวิธีได้“ฉันจะเรียกเหล่าหานและคนอื่นๆ กลับมาเดี๋ยวนี้ หากใช้ผนึกต้องห้ามของพวกเขา การแอบเข้าบ้านตระกูลไป๋หลี่อย่างเงียบๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”…นอกวิลล่าในรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่ดูไม่โดดเด่น ชายคนหนึ่งค่อยๆ วางกล้องส่องทางไกลในมือลง“เป็นอย่างที่คุณชายจิ่งคาดไว้จริงๆ พอเขามาถึงกว่างเซิน ก็รีบมาหาหน่วย 010 ทันที” เขาหันไปมองเพื่อน