าด ชายคนนั้นก็ตกตะลึงเล็กน้อย เขาใช้หางตามองไป๋หลี่พั่งพั่งผ่านกระจก สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประหลาดใจ‘เจ้าหนุ่มคนนี้……คงไม่ใช่ผู้ร้ายหนีคดีหรอกนะ?’นึกถึงสภาพเหมือนผีพรายของไป๋หลี่พั่งพั่งเมื่อครู่ และธนบัตรใบละร้อยที่หยิบออกมาจากกระเป๋าอย่างง่ายดายชายคนนั้นก็รู้สึกว่าตนเองค้นพบความจริง เขาลอบกลืนน้ำลาย มือที่จับพวงมาลัยเริ่มมีเหงื่อออก“เอ่อ ที่นี่คือที่ไหนครับ? ช่วยเปิดแผนที่ให้ผมดูหน่อย” ไป๋หลี่พั่งพั่งโน้มตัวไปที่แผงควบคุมอัจฉริยะในรถ ยื่นมือไปย่อขยายแผนที่บนนั้นชายคนนั้นสะดุ้งโหยง รีบเปิดแผนที่ให้ด้วยความสมัครใจ เสียงสั่นเครือพูดว่า“เอ่อ น้องชาย……เอ๊ย พี่ชายครับ เงินนี้คุณเอากลับไปเถอะ ผม ผมไม่เอาแล้ว……”ชายคนนั้นขับรถไปพลางยื่นธนบัตรในมือให้ไป๋หลี่พั่งพั่งตัวสั่นเทิ้มไป๋หลี่พั่งพั่งจดจำแผนที่ไว้แล้ว มองชายคนนั้นอย่างสงสัย กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แสงไฟหน้าจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนถนนไกลๆเห็นรถตำรวจหลายคันจอดขวางกลางถนน ไฟสีน้ำเงินแดงกะพริบ ไฟหน้ารถสว่างจ้าฉีกผ่านความมืดยามราตรีด้านหน้ารถตำรวจเหล่านี้ มีตำรวจจราจรสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงกำลังเคาะกระจกรถผ่านมาทีละคัน“ข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วถาม“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ดูเหมือนจะตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์?” ชายคนนั้นพูดอย่างสงสัย “แปลกจริง ทำไมวันนี้ถึงเริ่มตรวจจับคนเมาแล้วขับกะทันหัน?”ไป๋หลี่พั่งพั่งหันหน้าไ