และป้ายบอกทางบางอย่าง ข้าได้รู้ชื่อของเมืองนี้……”หมาปั๊กหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดช้าๆ “เมื่อร้อยปีก่อน เมืองนี้มีชื่อว่า เอดินเบอระ”“เอดินเบอระ?” หลินชีเยี่ยได้ยินคำนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังพยายามนึกอะไรบางอย่าง “ฟังดูคุ้นๆ……เหมือนจะเป็นเมืองของประเทศหนึ่งที่ล่มสลายไปเมื่อร้อยปีก่อน”ตอนอยู่ที่ค่ายฝึกอบรม ครูฝึกเคยสอนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างประเทศเมื่อร้อยปีก่อนบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการสอนเพื่อให้อธิบายเทพปกรณัมต่างแดนได้สะดวก ไม่ได้แนะนำตัวเมืองอย่างละเอียด“เมืองนี้เคยเป็นเมืองหนึ่งของประเทศที่ชื่อว่า ‘สหราชอาณาจักร’” สุนัขปั๊กพูดต่อ “หลังจากออกจากเอดินเบอระ ข้าก็ไปยังเมืองที่เรียกว่า ‘ลิเวอร์พูล’ ‘ลีดส์’ ‘อ็อกซ์ฟอร์ด’ ‘แมนเชสเตอร์’ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็เหมือนกับเอดินเบอระ เหลือแต่ซากปรักหักพังทั้งนั้น……”“อย่างที่คาดไว้ ประเทศต่างๆ ที่ถูกหมอกปกคลุมเมื่อร้อยปีก่อน ล้วนล่มสลายไปแล้วสินะ……” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปที่หมาปั๊ก “นอกจากซากปรักหักพังและสิ่งลี้ลับแล้ว ในหมอกยังมีอย่างอื่นอีกไหม?”“มี” หมาปั๊กอ้าปากตอบอย่างมั่นใจ “ยังมีมนุษย์ด้วย”“มนุษย์งั้นเหรอ?!” หลินชีเยี่ยตกตะลึง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้โยก เดินไปย่อตัวลงตรงหน้าหมาปั๊ก แล้วถามอย่างจริงจัง “นายหมายความว่า……ในหมอกยังมีคนที่มีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?”“แม้จะมีจำนวนน้อยมาก แต่ก็มีจริงๆ” หมาปั๊กค