ปแล้ว!”เด็กหญิงมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง เมื่อไม่เห็นร่องรอยของมดยักษ์ สีหน้าก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง เธอพินิจพิจารณาทุกคนอย่างละเอียด แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย“พวกคุณคือ……พี่ๆ ที่อยู่บนรถไฟใช่ไหมคะ?”“ใช่แล้ว พวกเราเอง” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มกว้าง “สาวน้อย เธอชื่ออะไรเหรอ?”เด็กหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เอ่ยตอบอย่างเขินอาย “หนูชื่อหลี่ถิงถิง”“ถิงถิงเหรอ……” ไป๋หลี่พั่งพั่งเข้าไปใกล้หลี่ถิงถิง แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะ พวกพี่ไม่ใช่คนไม่ดี พวกเราเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในป่าเพื่อถ่ายสารคดี พอถ่ายเสร็จแล้วจะพาเธอกลับบ้านนะ”หลี่ถิงถิงมองไป๋หลี่พั่งพั่งอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย“หลี่เต๋อหยางจากกรมป่าไม้เมืองอันถ่า เป็นพ่อของเธอใช่ไหม?” หลินชีเยี่ยยิ้มพลางเอ่ยถามเมื่อได้ยินชื่อหลี่เต๋อหยาง ดวงตาของหลี่ถิงถิงก็สว่างวาบขึ้นทันที “พวกพี่รู้จักพ่อของหนูด้วยเหรอคะ?”“พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ลืมไปแล้วเหรอ เมื่อวานพวกเรายังไปที่กรมป่าไม้กันอยู่เลยนะ”พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของหลี่ถิงถิงก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง มองหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจมากขึ้นไป๋หลี่พั่งพั่งชูนิ้วโป้งให้หลินชีเยี่ยอย่างเงียบๆจากนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบกล่องเก็บความร้อนที่ใส่พิซซ่าออกมาจากเป้ ยื่นให้หลี่ถิงถิง พร้อมกับยิ้มพูดว่า “อาหารเช้าที่เก็บไว้ให้ กินหน่อยสิ”เมื่อหลี่ถิงถิงได้กลิ่นหอมขอ