หลินชีเยี่ยกวาดตามองทุกคน เขารู้ว่าคนที่เหลืออยู่นี้ถูกขวัญกำลังใจทำลายจนหมดสิ้น ไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้อีกแล้วผู้ที่ถูกคุมขังในศูนย์ไจเจี้ยนี้ไม่ได้เป็นอาชญากรร้ายแรงทั้งหมด มีหลายคนเหมือนอันชิงอวี๋ที่ถูกส่งเข้ามาเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยหรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนขี้ขลาด อาจจะร่วมสนุกได้ แต่ถ้าให้แหกคุกจริงๆพวกเขาก็คงไม่กล้าเมื่อพวกเขาไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้แล้ว หลินชีเยี่ยก็ไม่อยากฆ่าให้หมดสิ้น เขาค่อยๆ เก็บดาบทั้งสองเล่มกลับเข้าฝัก“ฮิฮิฮิฮิฮิ……”เฉาเยวียนยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะคลานเข้าหาทุกคน ทำให้อีกฝ่ายตกใจกลัว!“อ๊าก!! ช่วยด้วย!!”“อย่าฆ่าฉันนะ!!”หลินชีเยี่ยตบหน้าผากตัวเอง ดวงตาฉายแววอ่อนใจ… เกือบลืมปัญหาใหญ่นี้ไปเสียแล้วเด็กหนุ่มหันไปมองไป๋หลี่พั่งพั่ง อีกฝ่ายเข้าใจทันที หยิบตรวนพรหมจรรย์ของ… ไม่สิ ม้วนปิดผนึกออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนให้หลินชีเยี่ยเขาถือเทปกาวไว้มือหนึ่ง อีกมือถือดาบตรง ร่างเคลื่อนไหวไปขวางหน้าเฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่ง“เฉาเยวียน ถึงเวลาหยุดแล้ว” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างสงบ“ฮิฮิฮิฮิฮิ……” เฉาเยวียนลากดาบเดินเข้ามาทีละก้าว รอบกายเต็มไปด้วยจิตสังหาร ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองหลินชีเยี่ยไม่วางตา ดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยหลินชีเยี่ยถอนหายใจยาว“ก็ดี ลองดูซิว่าในหนึ่งปีนี้ นายพัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว……” หลินชีเยี่ยพันเทปกาวรอบมือ หรี่ตามองเฉาเยวียนตรงหน้า ดวงตาเ