ทักษะการต่อสู้ของสาวกทั้งสามนั้นยอดเยี่ยม พวกเขาจัดการกับผู้คุมที่เฝ้าประตูได้อย่างเงียบเชียบ แล้วใช้กุญแจเปิดประตูใหญ่ ก่อนจะรีบออกจากบริเวณห้องขังภายในห้องขัง อันชิงอวี๋ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตาคู่นั้น ลูบคางเบาๆ แล้วจมอยู่ในภวังค์ความคิด……เรื่องราวเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วในลานกิจกรรมกลางแจ้งที่มืดสนิท ร่างสามร่างเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ไฟทั้งหมดที่นี่ถูกดับ กล้องวงจรปิดทั้งหมดใช้การไม่ได้ กลายเป็นป่าทึบที่มืดมิดไปแล้วพวกเขาไปที่ห้องน้ำชั้นหนึ่งก่อน เอามีดและค้อนที่เซี่ยอวี่ซ่อนไว้ใต้กระเบื้องออกมา หลังจากเลี่ยงอาคารหลายหลัง ก็หยุดลงที่ลานว่างแห่งหนึ่ง“ที่นี่ใช่ไหม?” ลำดับที่หกเอ่ยเสียงเบาลำดับที่สี่สังเกตอย่างละเอียดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ใช่ ตามข้อมูลที่เซี่ยอวี่ให้มา [ศิลาสกัดกั้น] อยู่ที่นี่”สองคนหันไปมองลำดับที่สิบสองที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง เขาพยักหน้า ถอดเสื้อแล้วนอนลงกับพื้น สูดหายใจลึก“เอาเลย ฉันพร้อมแล้ว”ลำดับที่หกถือมีดไว้ในมือ “นายมีอะไรจะฝากไว้เป็นครั้งสุดท้ายไหม?”ลำดับที่สิบสองเงียบไปครู่หนึ่ง “ช่วยบอกท่านพร่ำรำพันด้วยว่า การได้สละชีวิตเพื่อท่าน เป็นเกียรติของฉัน……”ลำดับที่สี่พยักหน้า “ฉันจะบอกให้”“อ้อ” ลำดับที่สิบสองนึกขึ้นได้ “หลังจากพวกนายฟื้นฟูพลังแล้ว อย่าลืมฆ่าหันจินหลงแทนฉันด้วย ต้องไม่ให้เสียเกียรติ… พวกเราเหล่าสาวก!”“วางใจเถอะ” ดวงตาของลำดับท