ญ่ได้ มันเชี่ยวชาญในการทำลายผนึกต้องห้ามประเภทผนึก แม้แต่ ‘จิตทิวทัศน์’ ของนักปราชญ์ก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของมันได้” ลำดับที่สี่กล่าวอย่างสงบ “แน่นอน นี่เป็นกรณีที่นักปราชญ์ไม่อยู่ มิฉะนั้นรอยแยกขนาดนี้ เขาจะซ่อมแซมได้ในพริบตา”“จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเจาะรูให้ใหญ่พอให้พวกเราผ่านไปได้?”“อย่างน้อยสองนาที” ลำดับที่สี่ใช้ใบมีดทองสัมฤทธิ์ในมือเจาะรอยแยกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำลาย ‘จิตทิวทัศน์’ ทีละน้อยโชคดีที่การเจาะ ‘จิตทิวทัศน์’ ของนักปราชญ์ด้วยใบมีดทองสัมฤทธิ์ไม่ได้ส่งเสียงดัง ลำดับที่สี่พยายามเจาะทะลวงเป็นเวลานาน โดยไม่มีใครพบเห็น จนในที่สุดก็ขยายรอยแยกให้ใหญ่พอที่คนหนึ่งคนจะผ่านไปได้“ต่อไปเป็นหน้าที่ของนายแล้ว” ลำดับที่สี่หันไปพูดกับลำดับที่หกลำดับที่หกพยักหน้า แบกร่างของลำดับที่สิบสองที่ยังอุ่นอยู่ มุดผ่านรอยแยกเข้าไปในจิตทิวทัศน์ที่ซ่อน [ศิลาสกัดกั้น] ไว้เขากรีดเส้นเลือดของลำดับที่สิบสอง โลหิตสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นใส่ค้อนในมือของเขา คราบเลือดเก่าคร่ำครึบนผิวค้อนดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมา กลืนกินเลือดสดทั้งหมดในพริบตาจากนั้น น้ำหนักของค้อนเพิ่มขึ้นหลายเท่า ลำดับที่หกรู้สึกว่ามือขวาหนักอึ้ง เขาต้องจับด้ามค้อนด้วยสองมือถึงจะยกขึ้นได้เขายืนถือค้อนสีเลือดอยู่หน้าศิลาที่สูงตระหง่าน สูดหายใจลึก ค่อยๆ ยกด้ามค้อนขึ้น……แล้วฟาดลงอย่างรุนแรง!ตึง!!รอยแตกร้าวน่าเกลียดปรากฏขึ้นบนผิวของหลักศิลา!…ภายในคุกข