ายนักพรตทั่วไปในวัดแต่มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูราวกับบรรจุเส้นทางแห่งการเกิดดับของสรรพสิ่ง สว่างไสวดั่งดวงดาวทันทีที่นักพรตผู้นี้ปรากฏตัว สมาชิกหน่วยฟีนิกส์รู้สึกราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นมาตรึงร่างของพวกเขาไว้ ภายใต้สายตาคู่นั้น พวกเขาแม้แต่จะขยับนิ้วหรือกระพริบตาก็ยังทำไม่ได้นักพรตเดินมาอย่างช้าๆ ชุดนักพรตผ้าหยาบปลิวผ่านด้านหน้าของเซี่ยซือเหมิง เธอจ้องมองนักพรตผู้นั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงต้องรู้ว่า เธอในฐานะหัวหน้าหน่วยฟีนิกส์ก็เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นพิภพ หน่วยฟีนิกส์ของพวกเธอ หากร่วมมือกัน ก็สามารถต่อกรกับสัตว์ร้ายในตำนานได้แต่ต่อหน้านักพรตผู้นี้ แม้แต่จะมองตา ยังทำไม่ได้‘เขา……เขาเป็นใครกันแน่?’นักพรตเดินตรงไปยังเบื้องหน้าของหลินชีเยี่ย ยื่นนิ้วออกมาหนึ่งนิ้ว แล้วลากเบาๆ ที่หว่างคิ้วของชายหนุ่มราวกับกำลังวาดอะไรบางอย่างเมื่อลากเส้นสุดท้ายเสร็จ ร่างของหลินชีเยี่ยก็สั่นสะท้าน แสงสีทองที่เคยวูบวาบรอบตัวก็หายวับไป ราวกับเขาสูญเสียพลังทั้งหมดในร่างกาย ล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรงนักพรตมองดูหลินชีเยี่ย ดวงตาฉายแววชื่นชม“หลินชีเยี่ย หนทางของเจ้า ยาวไกลกว่าที่เจ้าคิดเสียอีก หากผ่านด่านนี้ไปได้ เจ้าจึงจะได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่แท้จริงของตนเอง……”นักพรตสะบัดแขนเสื้อ แล้วเดินต่อไปข้างหน้าไม่นาน ร่างของเขาก็หายลับไปท่ามกลางท้องฟ้าและผืนดินพลังที่กดทับหน่วยฟีนิกซ์ไว้หายไปในที่สุด พวกเขาหันข