ั้งโบราณและยิ่งใหญ่ดังก้องในใจของเด็กหนุ่มเซราฟไม่ได้อ้าปาก แต่สื่อสารกับหลินชีเยี่ยผ่านกระแสจิตโดยตรง“นี่คือความทรงจำ? หรือความจริง?” หลินชีเยี่ยตอบในใจเช่นกัน“นี่คือจิตสำนึกที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเจ้า แต่ก็เป็นความจริงด้วย” เซราฟเอ่ยช้าๆ “ลืมตาขึ้นเถิด สิบปีก่อน ข้าทำให้ดวงตาเจ้าบาดเจ็บเพื่อถ่ายทอด [พิภพเทพ] และพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในร่างกายเจ้า ตอนนี้จะไม่ทำร้ายเจ้าอีกแล้ว”หลินชีเยี่ยได้ยินคำพูดนั้น จึงลืมตาขึ้นมองตรงไปยังเซราฟเบื้องหน้า แม้ว่าแสงสว่างจ้าจะทำให้ตารู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตาบอดอีกครั้ง“จิตสำนึกภายในจิตใจของผม?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วสงสัย“มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สืบทอดผนึกเทวะของข้าอย่างสมบูรณ์ จิตสำนึกนี้จึงจะปรากฏขึ้นเพื่อไขข้อข้องใจบางอย่างในใจเจ้า” เสียงของเซราฟก้องอยู่ในหัว“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วถาม “ทำไมพอผมออกจากเมืองชางหนาน มันถึงหายไป?”“เพราะมันไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก” เซราฟเอ่ยอย่างสงบ “เมื่อสิบปีก่อน ทั้งเมืองชางหนานถูกลบล้างด้วย [ความแค้นของพระศิวะ] มีเพียงเจ้าที่ถูกช่วยไว้โดยเด็กสาวคนหนึ่ง กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว”“ลบล้าง?” หลินชีเยี่ยชะงัก “คุณหมายความว่า… เมืองชางหนานถูกทำลายไปนานแล้ว? แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเมืองชางหนานในตอนนี้……”“มันยังคงมีอยู่ เพราะเจ้า… เพราะ [พิภพเทพ] ของเจ้า” เซราฟกล่าวช้าๆ “สิ่งที่เรียกว