มิทั้งเมืองลดลงไปมากร่างของคราเคนถูกตรึงอยู่ในพีระมิดน้ำแข็ง เงาขนาดใหญ่ทอดออกมา ราวกับกลายเป็นตัวอย่างสัตว์ยักษ์ใต้ภูเขาน้ำแข็งเวทมนตร์ผนึกชั้นยอดสามอันที่ซ้อนทับกัน ในที่สุดก็ผนึกสัตว์ร้ายในตำนานขั้นอนันต์ตัวนี้ไว้ได้อย่างยากเย็นไม่ไกลออกไปเซี่ยซือเหมิงอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นคราเคนที่ถูกแช่แข็งในพีระมิด “นี่… นี่มันอะไรกัน?”ข่งซางมองร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ ดวงตาฉายแววฉงน“หัวหน้า คุณรู้สึกได้ไหม?”เซี่ยซือเหมิงพยักหน้า “เป็นกลิ่นอายของเทพเจ้า และเป็นเทพเจ้าที่ไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อน”“เป็นไปได้ยังไง? ทำไมร่างของมนุษย์คนหนึ่งถึงมีกลิ่นอายของเทพเจ้าได้?” ข่งซางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นเซี่ยซือเหมิงจ้องมองร่างสีน้ำเงินเข้มนั้น ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “นายว่า เขาอาจจะเป็นหลินชีเยี่ยหรือเปล่า?”“หลินชีเยี่ย?” ข่งซางเบิกตากว้าง “เขาไม่ใช่ตัวแทนของทูตสวรรค์เซราฟและเทพีแห่งรัตติกาลหรอกเหรอ? ทำไมถึงไปเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าองค์อื่นอีกล่ะ?”“ฉันไม่รู้ แต่สัญชาตญาณบอกฉันว่า… เขาคือหลินชีเยี่ย” เซี่ยซือเหมิงเริ่มตื่นเต้นขึ้นมา “เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ!ต้องหลอก… ไม่สิ ต้องชักชวนเขามาเข้าหน่วยฟีนิกซ์ของเราให้ได้!”ข่งซางพูดไม่ออก “หัวหน้า ก่อนจะถึงตอนนั้น พวกเราต้องจัดการกับหมาบ้าตัวนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นคุณคงได้แต่หวังว่าหลังตายแล้ว เขาจะได้ฝังศพอยู่ในสุสานหน่วยฟีนิกซ์ของพวกเรา”เซี่ยซือเหมิงถอนหายใจ เธอมองร่างมหึมาที่ถ