“บึ้ม!”เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นติดต่อกัน เปลวเพลิงสีกุหลาบขับไล่ยักษ์น้ำค้างแข็งโดยรอบ หงอิงสะบัดหอกยาวในมือ ทะลวงกลางหน้าผากของยักษ์น้ำค้างแข็งสองตนในพริบตาเฉินมู่เหยี่ยรู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ จึงเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “เธอทะลวงขั้นแล้วเหรอ?”หงอิงกวัดแกว่งหอกยาว ยิ้มหัวเราะคิกคัก “การไปเมืองหลวงครั้งนี้ พวกเราไม่ได้ไม่มีความก้าวหน้าเลยนะ!หัวหน้าหน่วยเมืองหลวงที่ชื่อเส้าผิงเกอนั่นเก่งมากเลยล่ะ”“ไม่ใช่แค่หงอิงหรอก ผมก็ทะลวงสู่ขั้นชวนแล้วเหมือนกัน”เวินฉีโม่ยิ้มบาง สอดประสานนิ้วมือทั้งสิบแนบอก ทันใดนั้นเส้นสีดำก็ยืดออกมาจากหัวใจของยักษ์น้ำค้างแข็งสองตน ราวกับใยไหมที่พันรัดพวกมันไว้กับที่ในชั่วพริบตาต่อมา กระสุนปืนซุ่มยิงสีดำสองนัดก็พุ่งออกมา ทะลุกลางหน้าผากของยักษ์ทั้งสองตนอู๋เซียงหนานและซือเสี่ยวหนานที่อยู่ข้างๆ สบตากันอย่างจนใจ การไปเมืองหลวงครั้งนี้ มีแค่พวกเขาสองคนที่ไม่ได้ทะลวงขั้น อู๋เซียงหนานนั้น เป็นเพราะอยู่ในขั้นชวนอยู่แล้ว ส่วนเสี่ยวหนานอาจเป็นเพราะพรสวรรค์ไม่เพียงพอส่วนเหลิ่งเซวียน……เขาไม่มีผนึกต้องห้ามอยู่แล้ว เพียงต่อสู้ด้วยวัตถุต้องห้ามที่ชื่อว่า [คลังแสงเคลื่อนที่] และมีทักษะการยิงระดับสุดยอดเท่านั้น จึงไม่มีเรื่องการทะลวงขั้นรวมกับอันชิงอวี๋ที่แม้ไม่มีขั้นชวน แต่พละกำลังก็เกินระดับมานานแล้ว ในเจ็ดคนนี้ มีผู้อยู่ขั้นชวนถึงสี่คนแล้วด้วยพ